พิมพ์หน้านี้ | Close Window

วิปัสสนา อ.โกเอ็นก้า

Printed From: วัดเกาะ.คอม
หมวดหมู่: เว็บบอร์ด ถาม-ตอบ ธรรมะ
ชื่อ บอร์ด: สมาธิ,สมถ,วิปัสสนา การปฏิบัติกรรมฐาน
คำอธิบาย บอร์ด: สอบถาม แลกเปลี่ยน ประสบการณ์การปฏิบัติธรรม
URL: http://www.watkoh.com/kratoo//forum_posts.asp?TID=3662
Printed Date: 01 ส.ค. 2014 เวลา 06:38
Software Version: Web Wiz Forums Dhamma - http://www.webwizforums.com


หัวข้อ: วิปัสสนา อ.โกเอ็นก้า
โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
หัวข้อ: วิปัสสนา อ.โกเอ็นก้า
วันที่โพสต์: 30 เม.ย. 2008 เวลา 10:38

http://imagehost.compgamer.com">

 
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

วิปัสสนาหมายถึงการมองดูสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง เป็นวิธีการปฏิบัติกรรมฐานที่เก่าแก่ที่สุดวิธีหนึ่งของอินเดีย ซึ่งได้สาบสูญไปจากมนุษยชาติเป็นเวลานาน  แต่ได้รับการค้นพบอีกครั้งโดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว หลักสูตรการอบรมวิปัสสนาใช้เวลาทั้งสิ้น 10 วัน

ในระหว่างนี้ผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้วิธีการปฏิบัติควบคู่ไปกับการปฏิบัติ โดยไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ  ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการอบรมทั้งหมดล้วนมาจากเงินบริจาคของผู้เข้ารับการอบรมรุ่นก่อนๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการเข้าอบรม  และมีความปรารถนาจะให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์เช่นเดียวกับตน

ปัจจุบันการอบรมวิปัสสนากรรมฐานได้ขยายไปสู่กลุ่มชนทุกเชื้อชาติศาสนา ทั้งในซีกโลกตะวันออกและตะวันตกทั่วทุกทวีป  ไม่ว่าจะเป็นประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา ไทย พม่า กัมพูชา ไต้หวัน อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง มองโกเลีย อิหร่าน โอมาน อิสราเอล สหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รัสเซีย ยุโรป อังกฤษ ฮังการี อเมริกา แคนาดา เม็กซิโก อาร์เจนติน่า อุรุกวัย คิวบา เวเนซูเอล่า ซิมบับเว เคนย่า อัฟริกาใต้ ฯลฯ โดยจัดขึ้นทั้งที่ศูนย์วิปัสสนา และโดยการเช่ายืมสถานที่ในกรณีที่ประเทศนั้นๆ ยังไม่มีศูนย์ถาวร

นอกจากหลักสูตรการอบรมวิปัสสนา 10 วันสำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว ยังมีหลักสูตร 10 วันซึ่งจัดขึ้นเฉพาะพระภิกษุ และหลักสูตรวิปัสสนาในเรือนจำ รวมทั้งหลักสูตรอานาปานสติ สำหรับเด็กและเยาวชน อีกด้วย




ตอบกลับ:
โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 30 เม.ย. 2008 เวลา 10:55
ใครคือ "โกเอ็นก้า" ?
 
http://imagehost.compgamer.com">
 

ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าเป็นชาวอินเดียที่ถือกำเนิดในประเทศพม่าเมื่อปีพ.ศ.2467   ท่านได้ประกอบธุรกิจจนประสบความ สำเร็จมีชื่อเสียงมากตั้งแต่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม  ทั้งได้รับเลือกให้เป็นผู้นำชุมชนชาวอินเดียในพม่า  รวมทั้งเป็นประธานองค์กรต่างๆ อาทิเช่น  หอการค้ามาร์วารีแห่งพม่าและสมาคมพานิชย์และอุตสาหกรรมแห่งร่างกุ้ง  นอกจากนี้ยังร่วมเดินทางไปต่างประเทศกับคณะผู้แทนการค้าของสหภาพพม่าในฐานะที่ปรึกษาอยู่บ่อยๆ

เมื่ออายุ 31 ปี ท่านได้ทดลองเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานหลักสูตร 10 วันเป็นครั้งแรกกับท่านอาจารย์อูบาขิ่น (วิปัสสนา-จารย์ที่ชาวพม่าให้ความเคารพนับถืออย่างยิ่งผู้หนึ่ง)  หลังจบจากการปฏิบัติตามหลักสูตร 10 วันแล้ว ท่านโกเอ็นก้าเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในเนื้อหาสาระของคำสอนและในแนวทางปฏิบัติเป็นอย่างมาก  จึงปวารณาตัวเข้าปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและจริงจัง  จนต่อมาท่านอาจารย์อูบาขิ่นได้แต่งตั้งให้ท่านทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอน


ปีพ.ศ.2512 ท่านได้เดินทางกลับไปยังประเทศอินเดียเพื่อเยี่ยมมารดาที่ล้มป่วย   ระหว่างที่อยู่ในอินเดีย ท่านได้จัดอบรม วิปัสสนาให้แก่มารดาและญาติพี่น้อง  ซึ่งปรากฎว่ามีผู้ให้ความสนใจเป็นอันมาก  นับจากนั้นขบวนการเอหิปัสสิโกก็ได้เริ่มต้น  จากปากต่อปากที่บอกต่อๆ กันไป ทำให้มีผู้มาขอเข้าปฏิบัติกันมากขึ้น


และจากการที่ท่านอาจารย์อูบาขิ่นมีความฝังใจอยู่แต่เดิมว่า ประเทศอินเดียมีบุญคุณอย่างล้นเหลือที่ได้หยิบยื่นธรรมอันบริสุทธิ์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้แก่ประเทศพม่า ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน แต่ธรรมอันล้ำค่านี้กลับได้สูญหายไปจากประเทศอินเดียอันเป็นต้นกำเนิดจนเกือบหมดสิ้น  ท่านโกเอ็นก้าจึงมีความปรารถนาที่จะทดแทนคุณประเทศอินเดีย ด้วยการหาทางนำเอาธรรมะอันล้ำค่านี้กลับไปเผยแผ่อีกครั้ง  ซึ่งท่านอาจารย์อูบาขิ่นก็ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ท่านเปิดการอบรมวิปัสสนาในแนวทางนี้ขึ้นในประเทศอินเดียอย่างต่อเนื่อง


ปีพ.ศ.2517 ท่านจึงได้ก่อตั้งสถาบันวิปัสสนานานาชาติ "ธรรมคีรี" ขึ้นที่เมืองอิกัตปุรี ใกล้ๆ กับเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดียนับจากนั้นมาก็ได้มีการจัดอบรมวิปัสสนาหลักสูตร 10 วันและหลักสูตรระยะยาวต่อเนื่องเรื่อยมา  ปีพ.ศ.2522 ท่านเริ่มเดินทางไปเผยแผ่วิปัสสนาตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก  ท่านได้อำนวยการสอนวิปัสสนาหลักสูตร 10 วันในประเทศอินเดียและประเทศอื่นๆ ทั้งในซีกโลกตะวันตกและตะวันออกกว่า 400 หลักสูตร  หลักการสอนของท่านโกเอ็นก้าได้รับการยอมรับโดยทั่วไป ทั้งในอินเดีย  ประเทศที่ยังคงมีความแตกต่างทางด้านชนชั้นและศาสนาอย่างมาก  และจากทั่วโลก  ทั้งนี้เพราะคำสอนที่มีลักษณะเป็นสากล มิได้ขัดต่อหลักศาสนาใด   ท่านเน้นเสมอว่ามนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติใด นับถือศาสนาใด และมีผิวสีอะไร  ต่างก็มีความทุกข์ในรูปแบบเดียวกันทั้งสิ้น  ในเมื่อความทุกข์ของมนุษย์เป็นสากล วิธีการปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากความทุกข์จึงต้องเป็นสากลเช่นกัน


ต่อมาท่านได้เริ่มแต่งตั้งอาจารย์ผู้ช่วยให้ช่วยดำเนินการอบรมแทนท่าน  โดยใช้เทปและวิดีโอของท่านเป็นแนวทางในการสอน เพื่อรองรับกับความต้องการที่จะเข้าอบรมซึ่งเพิ่มสูงขึ้น  ทุกวันนี้มีอาจารย์ผู้ช่วยกว่า 700 ท่าน และอาสาสมัครช่วยงาน ต่างๆ อีกนับพันๆ คน  มีการจัดอบรมวิปัสสนาในประเทศต่างๆ กว่า 90 ประเทศทั่วโลก  ทั้งในอิหร่าน มัสกัต อาหรับอิมิเรสต์ อัฟริกาใต้ ซิมบับเว จีน มองโกเลีย รัสเซีย เซอร์เบีย ไต้หวัน กัมพูชา เม็กซิโกและประเทศต่างๆ ในอเมริกาใต้  โดยมีการ ก่อสร้างศูนย์วิปัสสนาทั้งสิ้น 80 แห่งใน 21 ประเทศทั่วโลก  ในแต่ละปีจะมีการจัดอบรมหลักสูตรวิปัสสนาทั่วโลกกว่าหนึ่งพัน หลักสูตร  โดยไม่มีการเรียกเก็บเงินค่าอบรม ที่พักหรือค่าอาหารใดๆ  ขึ้นอยู่กับความสมัครใจที่จะบริจาค  ทั้งตัวท่านอาจารย์ โกเอ็นก้าเองและอาจารย์ผู้ช่วยต่างๆ ก็ไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ จากการอบรมดังกล่าวแม้แต่น้อย 


ที่ผ่านมา ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าได้รับเชิญให้ไปแสดงปาฐกถาธรรมตามสถาบันต่างๆ รวมทั้งในเวทีเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์  และการประชุมสุดยอดสันติภาพโลกสหัสวรรษใหม่ที่สหประชาชาติด้วย



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 30 เม.ย. 2008 เวลา 11:02
คำแนะนำในการเข้าอบรม http://www.thaidhamma.net/index2.php?option=com_content&do_pdf=1&id=14 -   http://www.thaidhamma.net/index2.php?option=com_content&task=view&id=14&pop=1&page=0&Itemid=29 -   http://www.thaidhamma.net/index2.php?option=com_content&task=emailform&id=14&itemid=29 -  

ขอให้การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของท่านจงยังประโยชน์สูงสุดให้แก่ท่าน  เพื่อให้บรรลุผลดังกล่าว จึงขอเสนอข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้ ด้วยความปรารถนาดีต่อความสำเร็จของท่าน  โปรดทำความเข้าใจให้ตลอดก่อนกรอกใบสมัครเพื่อขอเข้ารับการฝึกอบรม


คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติ

วิปัสสนาเป็นวิธีการปฏิบัติกรรมฐานที่เก่าแก่ที่สุดวิธีหนึ่งของอินเดีย ซึ่งได้สาบสูญไปจากมนุษยชาติมาเป็นเวลานาน  แต่ก็ได้กลับมาค้นพบอีกครั้งโดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว  วิปัสสนาหมายถึง "การมองดูสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง"  อันเป็นกระบวนการในการทำจิตให้บริสุทธิ์โดยการเฝ้าดูตนเอง  เราจะเริ่มต้นด้วยการเฝ้าสังเกตดูลมหายใจตามธรรมชาติ เพื่อทำให้จิตมีสมาธิ  เมื่อมีสติที่มั่นคง เราก็จะก้าวไปสู่การเฝ้าสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของกายและจิต  ซึ่งจะทำให้ได้พบกับสัจธรรมที่เป็นสากลคือ ได้เห็นความไม่เที่ยง(อนิจจัง) ความทุกข์ (ทุกขัง) และความไม่มีตัวตน (อนัตตา)  การที่ได้รู้เห็นถึงสภาพธรรมตามความเป็นจริงเหล่านี้จากประสบการณ์ของท่านเองโดยตรง จึงเป็นวิธีการในการชำระจิตให้บริสุทธิ์  ธรรมะเป็นเรื่องสากล มีไว้สำหรับแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นสากล  มิได้ผูกขาดเฉพาะศาสนาใดศาสนาหนึ่งหรือลัทธิใดลัทธิหนึ่ง  ด้วยเหตุนี้บุคคลทุกคนจึงสามารถจะปฏิบัติได้อย่างเสรี โดยไม่มีข้อขัดแย้งในเรื่องของเชื้อชาติ ชั้นวรรณะ หรือศาสนา  ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ และจะเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ คนโดยทั่วถึงกัน

วิปัสสนานั้นมิใช่เป็น
     * พิธีกรรมที่มีพื้นฐานทางความเชื่อถืออย่างงมงาย
     * เรื่องบันเทิงทางปัญญาหรือปรัชญา
     * การพักฟื้น การหยุดพักผ่อน หรือโอกาสที่จะมาสังสรรค์กัน
     * การหลีกหนีจากปัญหาและความยุ่งยากในชีวิตประจำวัน

หากแต่วิปัสสนาเป็น
     * วิธีการในการขจัดความทุกข์
     * ศิลปะของการดำเนินชีวิตที่จะทำให้คนเราอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
     * วิธีการทำจิตให้บริสุทธิ์ ซึ่งจะทำให้คนเราสามารถเผชิญกับความตึงเครียดและปัญหาในชีวิตได้ด้วยความสงบและความสมดุลทางจิตใจ 

วิปัสสนากรรมฐานจึงมุ่งไปยังเป้าหมายทางจิตใจในระดับสูงสุด เพื่อการหลุดพ้นโดยสิ้นเชิงและเพื่อการบรรลุธรรม  มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการบำบัดรักษาโรคทางกาย  แต่เนื่องจากเป็นผลพลอยได้จากการทำจิตให้บริสุทธิ์ จึงทำให้ความเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากความเก็บกดในจิตใจหมดไป  แท้จริงแล้ว วิปัสสนาสามารถที่จะขจัดสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ 3 ประการ คือ โลภ โกรธ หลง ได้  ถ้าได้ปฏิบัติต่อเนื่องกัน วิปัสสนาจะระบายความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและแก้ปมในใจที่ผูกอยู่  เนื่องจากนิสัยดั้งเดิมที่ชอบปรุงแต่งต่อสถานการณ์ต่างๆ  เช่น ปรุงแต่งไปในทางที่ชอบหรือพอใจ (อันทำให้เกิดโลภะ) และไม่ชอบหรือไม่พอใจ (อันทำให้เกิดโทสะ) แม้ว่าวิปัสสนาจะพัฒนาขึ้นมาโดยที่เป็นวิธีการหนึ่งของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  แต่การปฏิบัติก็มิได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาพุทธเท่านั้น จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของศาสนาแต่อย่างใด  วิธีปฏิบัติตั้งอยู่บนพื้นฐานธรรมดาสามัญที่ว่า มนุษย์ทุกคนต่างมีปัญหาเหมือนๆ กัน  และวิธีการที่สามารถขจัดปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ จะต้องเป็นวิธีที่เป็นสากล  มีผู้ที่นับถือศาสนาอื่นๆ เคยได้รับผลจากการปฏิบัติวิปัสสนามาแล้ว โดยมิได้มีความขัดแย้งกับความเชื่อที่มีอยู่เดิม

วินัยในการปฏิบัติ

กระบวนการทำจิตให้บริสุทธิ์โดยการสังเกตดูตนเองนี้ มิใช่เป็นเรื่องง่ายอย่างแน่นอน  เราจะต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องใช้ความพยายามของตนเองเท่านั้น จึงจะเข้าถึงการรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเอง  ไม่มีใครอื่นที่จะทำให้ได้  ดังนั้นวิปัสสนากรรมฐานจึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะปฏิบัติ และมีความเคร่งครัดต่อระเบียบ  เพื่อประโยชน์แก่ตนเอง และเป็นการคุ้มครองตนเองด้วย  กฎระเบียบต่างๆ จะเป็นส่วนที่ทำให้การปฏิบัติกรรมฐานสมบูรณ์ขึ้น  เวลา 10 วันนี้นับว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นในการที่จะเจาะลึกเข้าไปถึงระดับจิตใต้สำนึก และเรียนรู้วิธีการที่ขจัดกิเลสที่ตกตะกอนอยู่ในส่วนลึกสุด (อนุสัยกิเลส) การปฏิบัติให้ต่อเนื่องโดยไม่พูดจาหรือเกี่ยวข้องกับใคร เป็นเคล็ดลับของความสำเร็จของวิธีการนี้

กฎระเบียบต่างๆ ที่กำหนดขึ้น ก็เพื่อรักษาการปฏิบัติแนวนี้ให้คงอยู่ได้  กฎเกณฑ์ต่างๆ มิได้ตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ของอาจารย์ผู้สอน หรือเพื่อความสะดวกในการบริหาร หรือเพื่อคัดค้านประเพณีคำสอน หรือความเชื่องมงายที่มีอยู่ในบางศาสนา  แต่เป็นสิ่งที่มีพื้นฐานมาจากประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติกรรมฐานนับพันๆ คนเป็นเวลาหลายปี และยังเป็นสิ่งที่มีเหตุผลเป็นวิทยาศาสตร์  การรักษากฎระเบียบจะก่อให้เกิดบรรยากาศที่เป็นระเบียบอันเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปฏิบัติกรรมฐาน  การฝ่าฝืนกฎระเบียบย่อมจะทำให้เกิดมลภาวะ  ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องอยู่ให้ครบ 10 วัน  และจะต้องอ่านกฎระเบียบต่างๆอย่างใคร่ครวญ  ผู้ที่คิดว่าสามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เหล่านี้ได้เท่านั้น จึงควรจะสมัครเข้าปฏิบัติ  ผู้ที่มิได้เตรียมตัวที่จะใช้ความพยายามในการปฏิบัติอย่างเต็มที่ ไม่ควรสมัคร  เพราะจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์   นอกจากนี้ยังจะเป็นการรบกวนบุคคลอื่นที่ตั้งใจเข้ามาปฏิบัติด้วยความเคร่งครัดอีกด้วย ผู้เข้ารับการฝึกจะได้รับคำเตือนว่า หากเลิกฝึกก่อนที่จะจบการอบรม เนื่องจากเห็นว่ากฎระเบียบต่างๆ ยากที่จะปฏิบัติ จะทำให้เกิดอันตรายแก่ตัวผู้นั้น  รวมทั้งจะก่อให้เกิดความไม่สบายใจขึ้นมาได้  ในกรณีที่นับว่าร้ายแรงที่สุดก็คือ เมื่อถูกเตือนหลายครั้งแล้ว ยังไม่สามารถจะปฏิบัติตามกฎระเบียบได้  ก็จะถูกขอให้ออกไปจากการฝึกอบรม

ผู้ป่วยด้วยโรคทางจิตประสาท

บุคคลที่ป่วยด้วยโรคทางจิต บางครั้งอาจต้องการสมัครมาเข้ารับการฝึกวิปัสสนาด้วยความเข้าใจผิดว่า  การปฏิบัติวิปัสสนาจะช่วยรักษา หรือบรรเทาอาการป่วยทางจิตของตน  แท้จริงแล้ว ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ไม่ปกติสุขตลอดจนการได้รับการเยียวยาทางจิตประสาทด้วยวิธีต่างๆ มาแล้วนั้น  กลับจะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติภาวนาจนถึงขั้นที่ทำให้ไม่ได้รับประโยน์ใดๆ เลยจากการมาเข้ารับการฝึกอบรม  หรืออาจทำให้ไม่สามารถอยู่รับการฝึกให้ตลอดหลักสูตรได้ด้วย  แม้การปฏิบัติวิปัสสนาจะเป็นประโยชน์สำหรับคนส่วนใหญ่  แต่ก็มิใช่เป็นการทดแทนการรักษาพยาบาลด้วยยาหรืออื่นใด  เนื่องจากศูนย์ปฏิบัติของเราให้บริการโดยอาสาสมัครทั้งสิ้น จึงทำให้ไม่สามารถที่จะดูแลบุคคลผู้มีปัญหาเหล่านี้โดยถูกต้องได้  ผู้มีปัญหาทางจิตประสาทจึงไม่ควรสมัครเข้ารับการอบรม

กฎระเบียบ

พื้นฐานในการปฏิบัติวิปัสสนา คือ ศีล  ศีลจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสมาธิ  และกระบวนการทำจิตให้บริสุทธิ์นั้นจะเกิดขึ้นจากปัญญา คือการรู้แจ้งเห็นจริง

ศีล 
ผู้เข้าปฏิบัติวิปัสสนาทุกท่านจะต้องรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด ได้แก่
1. เว้นจากการฆ่าสัตว์
2. เว้นจากการลักทรัพย์
3. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
4. เว้นจากการพูดเท็จ
5. เว้นจากการดื่มน้ำเมา
     สำหรับผู้ที่เคยผ่านหลักสูตรนี้มาแล้ว จะต้องถือศีล 8 ซึ่งมีเพิ่มเติม คือ
6. เว้นจากการบริโภคอาหารในยามวิกาล
7. เว้นจากการดูละครฟ้อนรำ และการใช้เครื่องหอมตกแต่งร่างกาย
8. เว้นจากการนอนบนที่นอนที่หนาและอ่อนนุ่ม

ผู้ที่ได้เคยปฏิบัติมาแล้ว จะรักษาศีลข้อ 6 ได้ด้วยการดื่มแต่เพียงน้ำปานะหลังจากการพักในเวลา 5 โมงเย็น  ในขณะที่ผู้ปฏิบัติใหม่ อาจจะดื่มนม น้ำชา หรือรับประทานผลไม้ได้  อาจารย์ผู้สอนอาจจะยอมให้ผู้ที่เคยปฏิบัติมาแล้วบางคนยกเว้นการรักษาศีลข้อนี้ได้ ถ้าหากบุคคลผู้นั้นมีปัญหาด้านสุขภาพ  ส่วนศีลข้อ 7 และ 8 นั้น ทุกคนจะต้องรักษา

การยอมรับอาจารย์ผู้สอนและวิธีการปฏิบัติ

ในระหว่างการฝึก ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องรับที่จะปฏิบัติตามวิธีการ และคำแนะนำของอาจารย์ผู้สอนทุกประการนั่นคือ ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติที่อาจารย์สอน โดยไม่มีการแต่งเติมหรือตัดทอนใดๆ ทั้งสิ้น  การยอมรับด้วยความเชื่อถือเท่านั้น ที่จะทำให้ผู้เข้ารับการฝึกสามารถปฏิบัติได้อย่างขยันขันแข็งโดยตลอด  ซึ่งการยอมรับนี้ก็ควรจะมีการแยกแยะและทำความเข้าใจด้วย  มิใช่เป็นไปเพราะถูกบังคับหรือหลงงมงายเหมือนคนตาบอด  ความเชื่อมั่นที่มีต่ออาจารย์ผู้สอนและวิธีการปฏิบัติ จำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการปฏิบัติวิปัสสนา

พิธีกรรมและวัตรทางศาสนาตลอดจนวิธีการปฏิบัติอื่นๆ

ในระหว่างการฝึก สิ่งที่สำคัญมากคือ จะต้องงดพิธีกรรมและวัตรทางศาสนาต่างๆ ทั้งหมด เช่น การจุดตะเกียงนับลูกประคำ ท่องมนต์ อดอาหาร สวดมนต์ เป็นต้น  การปฏิบัติกรรมฐานแบบอื่นๆ หรือการปฏิบัติเพื่อการบำบัดรักษาอื่นๆ จะต้องเว้นด้วย เช่น การเดินจงกรม  การฝึกโยคะโดยใช้สมาธิ  ทั้งนี้มิใช่เป็นการคัดค้านการปฏิบัติวิธีอื่นๆ แต่เพื่อให้ได้ทดลองฝึกวิธีวิปัสสนาแบบนี้เพียงแบบเดียว  เพราะการนำวิธีปฏิบัติวิธีอื่นมาผสมปนเปกับวิธีปฏิบัตินี้ จะทำให้เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าในการปฏิบัติ  หรืออาจจะทำให้การปฏิบัติไม่ได้ผลเลย  แม้ว่าอาจารย์ผู้สอนจะคอยเตือนซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ตาม  แต่ก็ยังมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในอดีต  เมื่อผู้รับการฝึกนำเอาวิธีการปฏิบัตินี้ไปรวมกับพิธีกรรมอื่นๆ จนทำให้เกิดอันตรายต่อผู้นั้น  ความสงสัยและความสับสนที่อาจเกิดขึ้นนั้นสามารถจะแก้ไขให้กระจ่างได้ โดยการไปพบอาจารย์ผู้สอน

การเข้าพบอาจารย์ผู้สอน

หากมีปัญหาหรือความสับสนใดๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนา ควรจะไปขอคำอธิบายจากอาจารย์ผู้สอนเท่านั้น เวลาระหว่าง 12.00 - 13.00 น.จะเป็นเวลาที่จัดไว้ให้สำหรับเข้าพบเป็นการส่วนตัวกับอาจารย์ที่ที่พัก  แต่ท่านก็สามารถตั้งคำถามถามอาจารย์ได้ระหว่างเวลา 21.00 - 21.30 น.ในห้องปฏิบัติรวม

การพบกับอาจารย์ผู้สอนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขอคำอธิบายสำหรับปัญหาทั่วๆ ไปเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติ  จึงไม่ควรใช้โอกาสนี้ให้เสียไปกับการอภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับปรัชญา หรือถกเถียงกันในประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ผู้ปฏิบัติเท่านั้นจึงจะรู้ได้  ผู้ที่เข้ารับการฝึกจึงควรมุ่งที่จะปฏิบัติเพียงอย่างเดียว

การรักษาความเงียบ

ผู้เข้ารับการฝึกทุกคนจะต้องรักษาความเงียบ นับตั้งแต่เริ่มต้นฝึกจนกระทั่ง 10.00 น. ของการฝึกวันที่ 10   การรักษาความเงียบนี้ รวมไปถึงความเงียบทั้งทางกาย วาจา และใจ  โดยจะต้องไม่มีการพูดจากับใครเลย  และจะต้องงดการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม ทั้งการออกท่าทาง การเขียนโน้ต หรือทำสัญญาณต่างๆ  แต่ผู้เข้ารับการฝึกสามารถพูดคุยกับอาจารย์ผู้สอนได้หากจำเป็น  และติดต่อกับผู้ดำเนินงานได้หากมีปัญหาเกี่ยวกับที่พัก อาหาร และอื่นๆ  แต่การติดต่อพูดจาเหล่านี้ ก็ควรมีให้น้อยที่สุด  ผู้เข้าฝึกทุกคนควรจะสร้างความรู้สึกว่า ตนเองกำลังปฏิบัติอย่างจริงจังเสมือนอยู่คนเดียว

คู่สมรส

จะมีการแยกชายหญิง แม้กระทั่งคู่สมรสก็ไม่ควรมีการติดต่อกันในระหว่างการฝึก

การสัมผัสทางกาย

จะต้องไม่มีการสัมผัสทางร่างกายใดๆ ทั้งสิ้น  ไม่ว่าจะระหว่างเพศเดียวกันหรือต่างเพศ  ตลอดระยะการฝึกและระหว่างที่อยู่ในศูนย์ฯ

โยคะและการออกกำลังกาย

แม้การทำโยคะหรือการออกกำลังกายจะไม่ขัดต่อการปฏิบัติ  แต่ระหว่างการเข้ารับการฝึกอบรม 10 วันนี้ ก็ขออย่าให้มีการออกกำลังกายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นโยคะ ท่าดัดตนบริหารร่างกายมือเปล่า หรือวิ่งจ๊อกกิ้ง  ทั้งนี้เนื่องจากศูนย์ปฏิบัติไม่มีสถานที่ที่จัดไว้โดยเฉพาะในเรื่องนี้   ถ้าต้องการออกกำลังกาย ให้ทำได้เฉพาะการเดินไปมาในระหว่างชั่วโมงพักผ่อน ในบริเวณที่กำหนดให้เท่านั้น

เครื่องราง ลูกประคำ หรืออื่นๆ

สิ่งเหล่านี้ห้ามนำเข้ามาในบริเวณที่พัก  หากมีการนำเข้ามาโดยมิได้ตั้งใจ จะต้องนำไปฝากไว้กับผู้ให้บริการตลอด 10 วัน

ของมึนเมาและยา

ห้ามนำเอายา เหล้า หรือของมึนเมา รวมทั้งยากล่อมประสาท ยานอนหลับ และยาระงับประสาท  หากจะต้องรับประทานยาเหล่านี้ตามที่แพทย์สั่ง จะต้องแจ้งให้อาจารย์ผู้สอนทราบล่วงหน้าก่อนการฝึก

สูบบุหรี่

ห้ามสูบบุหรี่หรือเคี้ยวยาเส้นตลอดระยะเวลาการฝึก

อาหาร

เนื่องจากศูนย์ฯ ไม่สามารถที่จะจัดหาอาหารพิเศษตามความต้องการของผู้ปฏิบัติกรรมฐานได้  จึงต้องขอให้ผู้เข้ารับการฝึกรับประทานอาหารมังสวิรัติที่จัดเตรียมไว้ให้  หากผู้ใดที่แพทย์สั่งให้รับประทานอาหารพิเศษ เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ  ก็ขอให้แจ้งให้ผู้ดำเนินงานทราบในเวลาลงทะเบียน

เสื้อผ้า

เสื้อผ้าที่ใช้ควรเรียบง่ายและสวมสบาย  ไม่จำกัดสีหรือแบบ  แต่ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดตึง โปร่งบาง  เสื้อไม่มีแขน หรือกางเกงรัดรูป  ห้ามนุ่งกางเกงขาสั้นทั้งชายหญิง  และห้ามอาบแดดหรือเปลือยบางส่วนโดยเด็ดขาด  ข้อห้ามเหล่านี้มีความสำคัญมาก  ทั้งนี้เพื่อมิให้รบกวนบุคคลอื่น

ความสะอาด

ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องอยู่ และปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติธรรม  จึงจำเป็นที่จะต้องอาบน้ำทุกวัน และรักษาเสื้อผ้าให้สะอาด  ในบางครั้งอาจไม่มีบริการซักผ้า ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องซักเสื้อผ้าเอง  แต่ก็ควรทำในช่วงเวลาพักเท่านั้น หากเป็นไปได้ ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เพียงพอที่จะใช้ตลอดระยะเวลาปฏิบัติ

การติดต่อภายนอก

ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องอยู่ในบริเวณที่ใช้ฝึกตลอดการฝึก จะออกไปภายนอกได้เฉพาะในกรณีจำเป็นอย่างยิ่ง  และจะต้องได้รับอนุญาตจากอาจารย์ผู้สอนก่อน  ผู้เข้ารับการฝึกจะต้องงดการโทรศัพท์ การเขียนจดหมาย และการพบปะกับผู้ที่มาเยี่ยมเยียน  นอกจากในกรณีฉุกเฉิน ผู้ที่มาเยี่ยมจะต้องมาติดต่อกับฝ่ายจัดการ

ดนตรี อ่านหนังสือ และเขียนหนังสือ

ห้ามเล่นดนตรี ฟังวิทยุ และห้ามนำสิ่งที่ใช้เขียน หรืออ่านเข้ามาในสถานที่ฝึก  ผู้เข้ารับการฝึกไม่ควรรบกวนตนเองโดยการเขียนบันทึก  การห้ามเขียนและอ่าน ก็เพื่อที่จะได้ปฏิบัติกรรมฐานได้อย่างเคร่งครัด

เครื่องบันทึกเทปและกล้องถ่ายรูป

สิ่งเหล่านี้จะใช้ได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากอาจารย์ผู้สอนเป็นพิเศษเท่านั้น

นาฬิกาปลุก นาฬิกาข้อมือที่มีเสียงบอกเวลา


ห้ามนำมาใช้ในห้องปฏิบัติรวมอย่างเด็ดขาด และไม่ควรใช้นาฬิกาปลุกในที่พัก  เพราะจะเป็นการรบกวนผู้อื่น

ทุนทรัพย์ในการดำเนินงาน

เพื่อให้การเผยแพร่ธรรมะเป็นไปโดยบริสุทธิ์ การฝึกอบรมดำเนินได้ด้วยเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว  และการบริจาคก็จะรับจากผู้ที่ผ่านการฝึกมาแล้วเท่านั้น  เหตุผลก็คือ การบริจาคควรมาจากผู้ที่ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของธรรมะที่มีต่อตนเอง  ซึ่งจะทำให้การบริจาคนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติ  หากท่านมีความปรารถนาที่จะแบ่งปันประโยชน์เหล่านี้กับผู้อื่น ท่านก็อาจจะกระทำได้ด้วยการบริจาคในวันสิ้นสุดการอบรม

การรับบริจาคจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการอบรมธรรมะนี้ เป็นรายได้ทางเดียวสำหรับที่จะนำมาใช้จ่ายในการจัดการฝึกอบรม  โดยมิได้มีความสนับสนุนในด้านการเงินอื่นใด  ทั้งอาจารย์ผู้สอนและผู้ดำเนินงานก็ล้วนไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ จากการจัดการฝึกนี้  โดยวิธีนี้ ธรรมะจึงเผยแพร่ออกไปได้ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวข้อง  ดังนั้น ไม่ว่าการบริจาคของท่านจะมากหรือน้อย ก็ขอให้มาจากเจตนาที่บริสุทธิ์  เจตนาที่จะช่วยให้ผู้อื่นได้มีโอกาสพบกับธรรมะอันบริสุทธิ์เช่นเดียวกับท่าน  "เพราะเหตุว่า มีผู้ที่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้กับการฝึกของข้าพเจ้ามาแล้ว ตอนนี้ขอให้เป็นโอกาสที่ข้าพเจ้าจะได้ให้กับผู้อื่นบ้าง"

สรุป

สาระของกฎเกณฑ์และระเบียบต่างๆ อาจสรุปได้ดังนี้  "จงระมัดระวังการกระทำของตนให้มาก อย่ารบกวนผู้อื่น อย่าสนใจหากมีผู้อื่นรบกวน"  อาจเป็นไปได้ว่า ผู้เข้ารับการฝึกไม่สามารถเข้าใจเหตุผลของกฎระเบียบต่างๆ เหล่านี้หากเป็นเช่นนี้ควรจะไปขอคำอธิบายในเรื่องเหล่านี้กับอาจารย์ผู้สอน มิใช่ปล่อยให้ตนเองเกิดความเข้าใจผิด หรือเกิดความสงสัยมากขึ้น

ดังนั้นการปฏิบัติตามระเบียบและความพยายามที่จะปฏิบัติให้มากที่สุดเท่านั้น ที่จะทำให้ผู้เข้ารับการฝึกปฏิบัติได้ผลดี และได้รับผลตามความมุ่งหมาย  สิ่งที่จะต้องเน้นใน 10 วันนี้ก็คือ "ปฏิบัติ" ปฏิบัติให้เหมือนกับว่า เราอยู่เพียงคนเดียวในการฝึก  เพิกเฉยต่อสิ่งรบกวน และความไม่สะดวกสบายที่ต้องเผชิญอยู่ทั้งหมด  ปฏิบัติด้วยจิตที่มุ่งเข้าสู่ภายในเท่านั้น

ประการสุดท้าย ผู้เข้ารับการฝึกควรระลึกไว้เสมอว่า ความก้าวหน้าในการปฏิบัติวิปัสสนาขึ้นอยู่กับบารมี (กุศลที่ได้สะสมมาแต่ปางก่อน) และปัจจัย 5 ประการคือ ความเพียร ความศรัทธา ความจริงใจ สุขภาพอนามัย และปัญญา

ขอให้กฎเกณฑ์ต่างๆ และข้อแนะนำเหล่านี้เป็นประโยชน์แก่ท่าน  ขอให้ท่านได้รับผลสูงสุดจากการฝึกกรรมฐานนี้  เรายินดีที่ได้มีโอกาสให้บริการแก่ท่าน  ขอให้ทุกท่านได้รับความสงบและสันติสุขจากการปฏิบัติวิปัสสนาโดยทั่วกัน

ตารางเวลา

04:00 น.  ระฆังปลุก
04:30 น. - 06:30 น. นั่งปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักส่วนตัว
06:30 น. - 08:00 น. อาหารเช้า
08:00 น. - 09:00 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม
09:00 น. - 11:00 น. ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวม หรือในที่พักส่วนตัวตามที่อาจารย์กำหนด
11:00 น. - 12:00 น. อาหารกลางวัน
12:00 น. - 13:00 น. พักผ่อน
13:00 น. - 14:30 น. ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักส่วนตัว
14:30 น. - 15:30 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม
15:30 น - 17:00 น. ปฏิบัติในห้องปฏิบัติรวมหรือในที่พักตามที่อาจารย์กำหนด
17:00 น. - 18:00 น. พักดื่มน้ำปานะ
18:00 น. - 19:00 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม
19:00 น. - 20:15 น. ฟังธรรมบรรยายในห้องปฏิบัติรวม
20:15 น. - 21:00 น. ปฏิบัติร่วมกันในห้องปฏิบัติรวม
21:00 น. - 2130 น. สอบถามข้อสงสัยกับอาจารย์เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม
21:30 น.  พักผ่อน



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 30 เม.ย. 2008 เวลา 11:34
ศูนย์ต่างๆ 5 ศูนย์ฯ ในประเทศไทย
 
1. ธรรมกมลา จ.ปราจีนบุรี
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
ที่นท


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 30 เม.ย. 2008 เวลา 11:48
http://imagehost.compgamer.com">
 
รูปศูนย์ฯธรรมกมลา ที่มาจาก webนี้ค่ะ
http://www.flashband.net/photos/vip2004.php - www.flashband.net/photos/vip2004.php
 
 
2. ธรรมอาภา จ.พิษณุโลก
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
 


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 30 เม.ย. 2008 เวลา 12:15
ศูนย์ฯ ธรรมสุวรรณา จ.ขอนแก่น
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 30 เม.ย. 2008 เวลา 13:19
4. ศูนย์ฯธรรมกาญจนา จ.กาญจนบุรี
 
http://imagehost.compgamer.com">


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 30 เม.ย. 2008 เวลา 13:22
ใครยังไม่เคยเข้าอบรมที่นี่ก็ลองไปดูนะคะ 10วัน ดูเหมือนนานแต่คุ้มจริงๆค่ะ ได้รับประโยชน์จากธรรมะกลับมาใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
 
ใครเคยไปเข้ามาแล้วก็มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันหน่อยนะคะ ใครมีรูปภาพศูนย์ต่างที่เป็นปัจจุบันก็เอามาลงให้ดูกันหน่อยนะคะ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 30 เม.ย. 2008 เวลา 13:46

http://imagehost.compgamer.com">

เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่
http://www.thai.dhamma.org - www.thai.dhamma.org
หรือใครอยากเข้าไปดูเว็บสากลก็เข้าได้ที่
http://www.dhamma.org - www.dhamma.org
 


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 30 เม.ย. 2008 เวลา 13:58
รูปท่านอ.โกเอ็นก้าและภรรยา ตอนไปทัวร์ธรรมะที่อเมริกา
 
http://imagehost.compgamer.com">


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 11 พ.ค. 2008 เวลา 12:18

ขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ ผมรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่เลย 10วันที่ยากลำบาก มันคุ้มค่าจริงๆ มันเปลี่ยนชีวิตผมจริงๆ

 

จริงๆแล้วมีคนแนะนำให้ผมเข้าอบรมอ.โกเอ็นก้าตั้งนาน เป็นปีๆมาแล้ว แต่ผมก็ไม่เห็นความสำคัญ จะไปทำไม ชีวิตตอนนี้ก็ออกจะมีความสุข ทั้งการงาน ทั้งความรัก ครอบครัว สมบูรณ์ทุกประการ แล้วจะไปนั่งให้เมื่อยทำไม ... แต่ก็ยังโชคดีที่เป็นคนชอบเอาชนะ ญาติที่แนะนำผมเค้าพูดว่า "อย่างแกไปไม่รอดหรอก เดี๋ยวก็ขอกลับ ไม่ต้องไปให้เสียเวลาหรอก" ผมก็เลยอยากรู้ขึ้นมาว่า มันยากตรงไหน???

และแล้วก็สมัครไป ธรรมกมลา ปราจีนบุรี (เพราะใกล้บ้านที่สุด) แต่ก็ได้คำตอบว่าเต็ม

เจ้าหน้าที่ศูนย์บอกว่าคนกรุงเทพเข้าปฏิบัติกันเยอะมาก ศูนย์อยู๋ใกล้กรุงเทพก็จะเต็มเร็วกว่าเพื่อน เพราะเดินทางสะดวก

คราวนี้ผมก็เลยเข้าเว็บไซท์ดูเลย ... ใช่เลย ธรรมสุวรรณา ขอนแก่น ไกลดี คนคงไม่เต็ม โทรไปเช็ค ก็ได้คำตอบที่ผิดหวัง เต็มแล้วเช่นกันเพราะเป็นช่วงปิดเทอม คนสมัครเยอะ แต่เจ้าหน้าที่ก็กรุณาแนะนำว่า ให้ส่งใบสมัครมาก่อน เผื่อมีใครยกเลิก หรือสละสทธิ์ให้ ทางศูนย์จะโทรแจ้ง

 

และแล้ว อีก2วันก่อนวันเปิดการอบรม (ซึ่งผมก็ทำใจแล้วว่าอดเข้าแน่) ก็มีโทรศัพท์มาจากธรรมสุวรรณา ว่า "มีที่แล้วค่ะ..เตรียมตัวทันรึเปล่าคะ" ผมก็ถามว่าขึ้นรถที่ศูนย์จัดให้ที่วัดพระศรีมหาธาตุกี่โมง ก็ได้คำตอบผิดหวังเป็นครั้งที่2 ว่าไม่มีค่ะ ต้องนั่งรถทัวร์มาเอง ลงสถานีปรับอากาศ แล้วทางศูนย์จะจัดรถให้ที่นั่น พาไปส่งถึงศูนย์

 

ในที่สุดผมก็ตัดสินใจขับรถยนต์ไปเอง ... ขอบอก สะดวกที่สุดครับ ถนนไปขอนแก่นก็คือถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข2 ดังนั้น กว้าง และเป็นเส้นตรงไปตลอด ขับง่ายมากๆ 5ชั่วโมงถึงขอนแก่น แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางหลวงหมายเลข12 (ถนน4เลน) อีก20นาที เข้าซอยนิดๆก็ถึงศูนย์ ดูตามแผนที่ไป ง่ายยังกับปอกกล้วย

 

พอถึงที่ ประทับใจบรรยากาศมากๆ ขับมาแล้งตลอดทาง แต่ที่ธรรมสุวรรณานี้ เขียวขจี ลมโกรก ชื่นใจ และเงียบสงบ

ได้เจอผู้ปฏิบัติที่มารถทัวร์ เค้าก็บอกว่านั่งรถทัวร์มาก็สะดวก พอลงรถ นั่งรอให้ถึงเวลาก็มีคนมาตามไปขึ้นรถศูนย์

พอเริ่ม .. ทางศูนย์ก็ปฐมนิเทศอย่างชัดเจนมากๆ เมื่อเริ่มปฏิบัติก็เริ่มเจอความยากลำบาก จิตใจเริ่มฟุ้งซ่าน มาตอนนี้ถึงเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความทุกข์ แต่ที่ผ่านมายังไม่ค่อยเจอความผิดหวัง ก็เลยคิดว่าชีวิตตัวเองสมบูรณ์แล้ว ที่นี่สอนให้เรารู้จัก เกิด แก่ เจ็บ ตาย สอนให้เรายอมรับมัน ยิ่งเราเพิ่มโลภะมากเท่าไร เวลาเกิดโทสะก็ยิ่งมากขึ้นเท่านี้น

ผมได้ใช้ชีวิต10วันที่มีศีลที่บริสุทธิ์จริงๆ ได้ฝึกสมาธิ ถึงแม้จะยาก แต่ก็รู้ว่าตัวเองมีพัฒนาการ และได้ฝึกวิปัสสนา ซึ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาปัญญาเรา

 

ขอบคุณอ.โกเอ็นก้า อาจารย์ผู้ช่วยอำนวยการสอน ธรรมบริกร แม่ครัว และทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ผมได้เข้าปฏิบัติในครั้งนี้ ขอบคุณสถานที่ และผู้ดูแลสถานที่ ที่ทำให้ที่แห่งนี้น่าอยู่จริงๆ

 

ผมจะกลับไปปฏิบัติอีก ผมจะกลับไปรับบรรยากาศธรรมะที่ธรรมสุวรรณาอีก และผมจะไปรับใช้ธรรมะทุกๆศูนย์ในประเทศไทย

 
แนวทางอ.โกเอ็นก้าดีจริงๆครับ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 24 พ.ค. 2008 เวลา 20:24
เห็นด้วยครับ ศูนย์ฯ ธรรมสุวรรณา น่าอยู่จริงๆ เคยไปมาแล้ว ไปมาทั้ง5ศูนย์แล้วครับ บรรยากาศดีทั้งนั้นเลย คิดว่าคงเป็นเพราะวิธีการปฏิบัตินี้ดีจริงๆ ศูนย์ปฏิบัติแนวทางนี้จึงมีบรรยากาศที่น่าอยู่ สงบ สะอาดและปลอดภัย
ลองไปดูเถอะครับ ถ้าชาวกทม เอาสะดวกๆหน่อยก็ธรรมธานี กทม.ครับ เงียบมากๆ อยู่ในอาคาร เป็นศูนย์เดียวที่มีแอร์ ใครแพ้แอร์ โปรดอย่าได้สมัครไปนะครับ เพราะท่านจะต้องเจอแอร์ตลอด ปรับไม่ได้ด้วย
หรือไม่ก็ ธรรมกมลา ปราจีนครับ ใกล้ดี เป็นศูนย์แรกของเมืองไทย
หรือไม่ก็ ธรรมกาญจนา กาญจนบุรี ระยะทางไม่ไกล แต่ใช้เวลาเดินทางนิดนึง เพราะขึ้นเขา ศูนย์อยุ่บนเขาครับ
ทางอีสาน ก็ธรรมสุวรรณา ขอนแก่น ใกล้ สงบมากๆด้วยเพราะรับคนไม่เยอะ เดินทางสะดวกครับ หลายคนเห็นอยู่อีสานกลัวจะเดินทางลำบาก ไม่เลยครับ ไปตามแผนที่ ง่ายนิดเดียว ถนนเค้าดีตลอด ถ้าผู้สูงอายุ เดินเหินไม่คล่องก็แนะนำ ขอนแก่น หรือไม่ก็ กาญจนบุรี เพราะขึ้นบันไดไม่กี่ขั้น (แต่อย่างน้อยต้องช่วยตัวเองได้นะครับ ถ้าเดินเหินเองไม่ไหว เข้าที่ไหนก็คงไม่สะดวก)
ใครอยู่ทางเหนือ ก็ธรรมอาภา พิษณุโลกเลยครับ ศูนย์นี้ก็เป็นศูนย์ที่2 รับผู้ปฏฺบัติได้มากเช่นกัน หน้าร้อนร้อนจัด หน้าหนาวหนาวจัด มีหมอกด้วย วิวสวยครับ (แต่เวลาปฏิบัติไม่ได้ดูวิวหรอกครับ)
 
ถ้าใครชอบร่มรื่นมากๆก็น่าจะเป็นธรรมกมลา ปราจีน และสุวรรณา ขอนแก่น ครับ เพราะอาคารอยู่ท่ามกลางต้นไม้
 
ทั้ง5ศูนย์นี้ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นขโมยขโจร หรือสัตว์ร้าย เทวดาคุ้มครองครับ รับรองได้
 
http://www.thai.dhamma.org/ - www.thai.dhamma.org
http://www.dhamma.org/ - www.dhamma.org


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 24 พ.ค. 2008 เวลา 20:53
เมื่อปีที่แล้วก็ได้ไปเข้าปฏิบัติแนวทางอ.โกเอ็นก้ามา ลูกสาวแนะนำ ตอนแรกลูกสาวไปที่ขอนแก่น ลูกสาวเปลี่ยนไปมาก ใจเย็น ร่าเริง รอบคอบขึ้นมาก แล้วลูกสาวก็เอาใบสมัครมาฝาก ก็เลยไปที่ ธรรมกมลา ปราจีน สมัครล่วงหน้าตั้ง2เดือนเกือบไม่ได้ แต่ในที่สุดก็ได้
 
ตอนแรกๆก็ว่า ลูกแนะนำอะไรเนี่ย ลำบากจัง พูดก็พูดไม่ได้ มันเหงา มันคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว ห่วงนั่นห่วงนี่ จนต้องขอพบอาจารย์เพื่อขอออก
 
อาจารย์บอกว่า เรามาที่นี่ทำไม มาควบคุมจิตใจไม่ใช่หรือ มาขจัดกิเลสไม่ใช่หรือ แล้วเราไม่อดทน เราทำตามกิเลส ทำไมเราไม่ใช้วิปัสสนาให้เป็นประโยชน์ล่ะ ก็ปฏิบติไปตามที่ท่านอาจารย์สอนสิ ตั้งใจปฏิบัติตามคำสอน อย่าอยู่กับความคิด ไป กลับไปปฏิบัติต่อ แล้วอาจารย์ก้ยิ้มพร้อมกับให้เรากลับไปปฏิบัติต่อ
 
เราก็พูดไม่ออก ปฏิบัติก็ปฏิบัติ ก็พยายามทำตามคำสอนได้ไม่ฟุ้งซ่านมาก พอวันที่4ได้ฝึกวิปัสสนา โอ้+ เข้าใจแล้วว่าคนเราจะหลุดพ้นได้ยังไง น้ำตาไหลเลย ทีนี้ก็ไม่คิดกลับแล้ว ตั้งใจต่อไป ใจมันโล่งขึ้นเรื่อยๆ เรื่องที่เคยแบกไว้มันก็ออกมาแล้วค่อยๆออกไปจากความคิดเรา
 
วันที่10 ได้แผ่เมตตา ปิติที่สุด คอดถึงลูกที่แนะนำมา คิดถึงสามี และลูกๆคนอื่น จะต้องชวนพวกเค้ามาเข้าให้ได้ คำสอนพระพุทธองค์ประเสริฐจริงๆ
 
เดี๋ยวนี้ไม่กลัวความลำบากแล้ว ไม่กลัวความทุกข์ ไม่กลัวความจน ไม่กลัวความร้อน อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะ เราจะเอาความทุกข์เหล่านี้เป็นแบบฝึกหัดให้เราก้าวเดินไปให้ถึงจุดหมาย


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 24 พ.ค. 2008 เวลา 21:47
http://imagehost.compgamer.com">
 
รูปพระมหาเจดีย์ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย จุคคนได้ 10.000คนค่ะ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 02 มิ.ย. 2008 เวลา 23:46
ได้มีโอกาสไปเข้าปฏิบัติแนวทางอ.โกเอ็นก้าที่ศูนย์ ธรรมคีรี อินเดีย กฎระเบียบเดียวกันกับเมืองไทยและทุกศูนย์ทั่วโลกเลยค่ะ ถ้าจะแปลกก็เรื่องอาหารที่เราไม่คุ้นก็ต้องปรับตัวนิดหน่อย แต่เราไปปฏิบัติธรรม เรื่องอาหารก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อยู่แล้ว จบมารู้สึกดีมากๆเลยค่ะ คนเข้าปฏิบัติตั้งหลายร้อยคน แต่เงียบเหมือนมีคนแค่10กว่าคน
ไว้มีเวลาหน่อยจะแบ่งปันประสบการณ์ให้อ่านกัน และเดี๋ยวมีโอกาสจะโพสท์รูปให้ดูกันนะคะ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 02 มิ.ย. 2008 เวลา 23:54
http://imagehost.compgamer.com">
 
ธรรมคีรี เมืองอิกัตบุรี อินเดีย
เป็นศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 02 มิ.ย. 2008 เวลา 23:57
http://imagehost.compgamer.com">


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 03 มิ.ย. 2008 เวลา 00:20
ชื่นชมแนวทางนี้ครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาความเงียบ10วัน ช่วยให้การปฏิบัติของผมก้าวหน้าจริงๆ
 
แต่ก็มีคนบางคนที่แอบคุยกัน ขอบอกเลยนะครับว่าพวกคุณกำลังก่อกวนคนอื่น แต่ที่สำคัญกว่าคือคุณยังทำร้ายตัวเอง เพราะตัวคุณเองก็จะปฏิบัติได้ไม่เต็มที่ แล้วหากอาจารย์ผู้สอนรู้คุณอาจจะถูเชิญกลับเลยก็ได้นะครับ น่าอายนะครับ ไม่ใช่เด็กๆแล้ว โตๆกันแล้วแต่ถูกไล่ออก เพราะไม่สามารถรักษากฎระเบียบ รักษาสัจจะที่ให้ไว้ได้ อายเค้านะครับ
ขอเถอะครับ อย่าคุยกันเลย แล้วคุณจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 03 มิ.ย. 2008 เวลา 10:56
เพิ่งออกจากหลักสูตร 10 วันที่ ธรรมสุวรรณาค่ะ แยกกันเข้ากับสามี สามีไปที่ธรรมอาภาพิษณุโลก ดิฉันเข้าขอนแก่น จะได้ปฏิบัติเต็มที่ ไม่ต้องคอยชำเลืองกัน
มาขอนแก่น2ครั้งแล้วค่ะ มาคนเดียวครั้งนึง แต่ล่าสุดนี้เอาคุณแม่มาด้วย ชอบสถานที่มากค่ะ ด้านหน้าก็ดูป่าๆหญ้าๆ แต่พอเข้ามาในเขตปฏิบัติ ชอบมากค่ะ สถานที่ลงตัวมาก อากาศดี ปลอดโปร่ง ตัดหญ้าสวยเตียน ห้องพักห้องน้ำสะอาดสะอ้าน
ชอบค่ะ กระทัดรัดดี เดินใกล้นิดเดียว บันไดไม่สูงก็เลยพาคุณแม่มา ฝั่งชายเดินไกลหน่อย แต่ตัวดิฉันเองก็ว่าดีนะคะ นั่งมาทั้งวัน ได้ยืดเส้นยืดสายหน่อย แล้วบรรยากาศก็น่าเดินจังเลยค่ะ มีต้นไม้เขียวๆข้างทาง สนามเตียนเรียบ มีนกบินผ่าน มีกิ้งก่าน่ารักๆให้ดู (มัวแต่ชมวิวจนแทบลืมอยู่กับตัวเอง)
คราวหน้าต้องให้สามีลองมาดู ดิฉันจะลองพาคุณแม่ไปธรรมกาญจนาดู เห็นเค้าว่าสะดวกดีเหมือนกัน
ชีวิตก็คงวนอยู่5ศูนย์ในเมืองไทยนี่แหละค่ะ ถ้ามีศูนย์เพิ่มอีกก็มีที่ให้เปลี่ยนบรรยากาศอีก ดีจัง
แนวทางนี้ทำให้ชีวิตดิฉันเปลี่ยนไป จริงๆกำลังมีปัญหาครอบครัว ถ้าไม่มีเพื่อนสนิทแนะนำให้เข้าปฏิบัติ ชีวิตคงแย่แล้ว
รู้แล้วว่าวิปัสสนาเป็นวิธีเดียวที่ช่วยเราได้ เงินทอง หน้าตา ฐานะ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ขอบคุณอ.โกเอ็ฯก้า และทุกๆคนที่ช่วยให้ดิฉันได้พบทางหลุดพ้น


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 04 มิ.ย. 2008 เวลา 08:11

เคยเรียนอภิธรรมมามาก เคยคิดว่าตัวเองเก่ง เคยมีคนชชื่นชมมากมาย มีคนชวนไปเข้าของท่านโกเอ็นก้า ก็ไม่ไป ไม่รู้จะไปทำไม ทุกวันนี้เราก็สอนคนอื่นๆอยู่แล้ว ชีวิตเราก็สมหวังอยู่แล้ว แต่พอได้ยินคนพูดมากเข้า ก็เลยอยากรู้ว่าท่านสอนอะไรกันแน่ ลัทธิอะไร ทำไมคนติดกันขนาดนั้น เลยสมัครไปปราจีน แต่เต็ม เลยไปพิษณุโลก พอออกมาแล้ว ก็เลยรู้ตัวเอง ที่เราว่าเราเก่งจริงๆแล้วเราโง่มากเลย อภิธรรมมันเป็นแค่ผิวจริงๆ มันแก้แค่ความคิดเราเท่านั้น มันไม่ได้แก้ลงไปถึงเบื้องลึกของจิต แต่ก็ดีใจมากว่า อย่างน้อย อานิสงค์ที่เราสอนให้คนเป็นคนดี คิดดี ก็ทำให้เราได้มีโอกาสเจอธรรมะที่นี่

ขอบคุณทุกคนนะคะที่สนับสนุน


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 07 มิ.ย. 2008 เวลา 20:10
ดีใจที่ได้เข้ามาอ่านเว็บนี้ค่ะ ได้รายละเอียด และเข้าใจแนวทางอ.โกเอ็นก้าขึ้นมากเลย เคยได้ยินชื่ออาจารย์มานานมากๆ ไม่เคยคิดจะสนใจเลยค่ะ เพราะไม่ใช่พระ ก็เลยคิดว่าเป็นลัทธิอะไร
แต่หลังๆชักแปลกใจ ถ้าเป็นลัทธิจริงอย่างว่า ทำไมขยายศูนย์ปฏิบัติธรรมไปได้ทั่วโลก และเป็นที่นิยมอย่างมาก
ทำไมเค้าว่ามีอาคารสถานที่ที่สะดวกสงบ ทั้งๆที่ไม่รับบริจาคจากคนนอกที่ไม่เคยผ่านการปฏิบัติมาก่อน
 
เดี๋ยวจะเข้าไปปฏิบัติเร็วๆนี้แล้วค่ะ จะได้รู้จริงๆซักที แล้วถ้าดียังไงจะกลับมาเขียนเชิญชวนให้เพื่อนๆเข้าปฏิบัติกันนะคะ
LOL


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 08 มิ.ย. 2008 เวลา 13:41

สำหรับประเทศไทยมีศูนย์วิปัสสนาตามแนวทางของท่าน ทั้งหมด 5 ศูนย์ ดังนี้

Image

ศูนย์วิปัสสนาธรรมกมลา จ.ปราจีนบุรี
1. ศูนย์วิปัสสนาธรรมกมลา บ้านเนินผาสุก ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

 



Image
ศูนย์วิปัสสนาธรรมอาภา จ.พิษณุโลก
2. ศูนย์วิปัสสนาธรรมอาภา บ้านห้วยพลู ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
 
 


Image
ศูนย์วิปัสสนาธรรมสุวรรณา จ.ขอนแก่น
3. ศูนย์วิปัสสนาธรรมสุวรรณา ต.บ้านกง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น
 
 


Image
ศูนย์วิปัสสนาธรรมกาญจนา จ.กาญจนบุรี
4. ศูนย์วิปัสสนาธรรมกาญจนา บ้านวังขยาย ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
 
 


Image
ศูนย์วิปัสสนาธรรมธานี กรุงเทพฯ
5. ศูนย์วิปัสสนาธรรมธานี ถ.นิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 08 มิ.ย. 2008 เวลา 13:59
ไปเข้ามาแล้วครับ วันแรกๆแทบแย่ครับ ขออาจารย์กลับแล้ว แต่อาจารย์ท่านก็ไม่อนุญาตและบอกให้ผมอดทน
 
วันนี้ขอบคุณอาจารย์มากเลยครับที่ทำให้ผมได้อยู่จนจบการอบรม ได้ประโยชน์อย่างหาที่สุดไม่ได้
 
ปีหน้าผมจะไปเข้าที่ธรรมอาภา พิษณุโลก เค้าว่าใหญ่และสะดวกสุดๆ แต่จริงๆตัวผมเองก็ไม่ได้ติดความสะดวกสบายอะไรนักนะครับ เพียงแต่ผมอยากลองที่ใหม่ๆ เปลี่ยนบรรยากาศดูเท่านั้น
 
แต่ใครที่ยังไม่เคยเข้า ผมขอบอกเลยนะครับ เข้าที่ไหนก็ได้ครับ เพราะประโยชน์อยู่ที่คำสอน ไม่ใช่สถานที่ ตรงไหนว่างรีบสมัครไปก่อนเลยครับ เพราะเราไม่รู้ว่าจะอยู่อีกกี่วัน ต้องรีบหน่อยนะครับ อย่าประมาท
 
ไม่ได้แช่งนะครับ แต่ที่นี่เค้าสอนให่เรามีสติทุกเมื่อ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 09 มิ.ย. 2008 เวลา 16:25

เคยเข้า course ครั้งแรกเมื่อตอนยังเป็นเด็กอยู่ค่ะ ซัก 18 เห็นจะได้ ตอนนั่งปฏิบัติอยู่รู้สึกทรมานมากเลย (ตามประสาวัยรุ่น) โดยเฉพาะ 3 วันแรก แต่ก็คิดว่าต้องอยุให้จบ 10 วัน พอจบแล้ว โอ้!!! คุ้มจริงๆ คิดว่าดีนะที่ไม่ออกไปซะก่อน เพราะผลลัพธ์ที่ได้ ถึงจะเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่สำหรับตัวเอง แต่รู้เลยว่าจากที่เป็นคนใจร้อน กลับเย็นขึ้นได้ มีแง่มุมใหม่ๆให้มองจากที่ไม่เคยเห็นเลย จากนั้นจึงตั้งใจว่าจะต้องเช้าปฏิบัติอีกให้ได้ เพราะเข้าแค่ครั้งเดียวยัง "แจ่ม!" ขนาดนี้ 



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 09 มิ.ย. 2008 เวลา 16:29

สำหรับใครที่ยังไม่เคยมา ลองมาที่ธรรมสุวรรณาดูนะคะ ส่วนตัวแล้วชอบมากเลยค่ะ เชียวขจี ลมเย็น อาหารอร่อย



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 09 มิ.ย. 2008 เวลา 16:41
เมื่อไม่นานมานี้  มีเพื่อนเพิ่งไปเข้า Course ที่ธรรมสุวรรณา มาค่ะ
 
พอเราถามเค้าว่าเป็นยังไงบ้าง จะเข้าอีกมั๊ย เข้าตอบทันควันเลยว่า
 
"มีครั้งที่สองแน่นอน" ปฏิบัติแล้วรู้สึกดีมากๆ
 
 แล้วก็เสริมไว้เช่นเดียวกันกับที่คุณ *-* บอกเอาไว้ข้างต้นว่า
 
"เขียวขจี ลมเย็น และอาหารอร่อย" 
 
เค้าบอกว่าถ้าจะไปก็ลองไปที่ธรรมสุวรรณาดูสิ
 
สงสัยต้องลองไปเข้าสัก Course ซะแล้วเรา อยากรู้ว่าเพื่อนเค้าได้อะไรดีๆออกมาจากการปฏิบัติธรรม
 
 
"Hello! Dhamma Suvanna"


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 09 มิ.ย. 2008 เวลา 17:06
คุณป้าหนูก็เพิ่งไปวิปัสสนามาเหมือนกันค่ะ ไปที่จังหวัดกาญจนบุรี ศูนย์อยู่สังขละบุรีนู่นแหละค่ะ เกือบชายแดน พอกลับมาคุณป้าบอกให้หลานๆทุกคนสมัครไปวิปัสสนา เพราะดีมาก
 
แต่คุณป้าก็บอกย้ำนะคะว่าต้องมุ่งมั่นและอดทนจึงจะได้ประโยชน์ หนูฟังแล้วก็ตื่นเต้นค่ะ สงสัยจะยากจริงๆ
 
แต่ยังไงก็ต้องลองดู เพราะใครๆก็บอกว่าดี ญาติไปกันก็บอกว่า ที่นี่สอนละเอียด สอนตั้งแต่พื้นฐาน คนไม่เคยฝึกสมาธิมาก่อนก็ไปเข้าได้ พอจบหลักสูตรก็มีแต่คนอารมณ์ดีกลับมาบ้าน หน้าใส หุ่นดี เพราะทานมัง
 
เค้าบอกเป็นที่พักผ่อนทางใจที่ดีเยี่ยม สถานที่สงบ ไร้มลพิษ อาหารสะอาดปลอดภัย ที่พักสบายเหมือนบ้าน
 
ขอกำลังใจหน่อยนะคะ หนูจะไปกาญจนบุรีเร็วๆนี้ ส่วนพี่ชายหนูไปที่พิษณุโลก เพราะเค้าทำงานอยู่เพชรบูรณ์ พี่สาวหนูก็จะไปขอนแก่น เพราะเรียนโทอยู่โคราช
 
คุณป้าบอกให้แยกกันไป ได้ไม่คุยกัน เดี๋ยวแอบคุยกันแล้วโดนอัญเชิญออก เสียชื่อป้าผู้แนะนำ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 10 มิ.ย. 2008 เวลา 09:53
ที่นี่เค้าสอนศีล สมาธิ และวิปัสสนาครับ
ทุกคนต้องเริ่มจากรักษาศีลก่อน ถ้าผู้ปฏิบัติใหม่ก็ศีล5 ผู้ปฏิบัติเก่าก็ศีล8
จากนั้นก็สอนสมาธิ แบบอานาปานสติ ให้เรามีสติรู้กับลมหายใจเข้าออก และสอนวิธิทำวิปัสสนาแบบเวทนานุปัสสนา อันนี้ครับที่เจ๋ง ต้องมาฝึกด้วยตัวเองถึงจะรู้และเข้าใจจริงๆ
ก่อนผมมาเข้ารับการอบรมผมก็อ้อนวอนให้เพื่อนผมช่วยอธิบายว่าทำยังไง ได้ฝึกไปก่อน ขอจนเพื่อนยอมอธิบายให้ ผมก็ลองฝึกดู กะว่าพอไปเข้าจริงได้สบายๆ ได้ก้าวก้าวที่2ที่3เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาตั้งต้นใหม่เพราะเรามีเบสิคมาบ้างแล้ว
แต่พอไปจริงๆครับ ที่เพื่อนบอกก็ไม่ผิดครับ แต่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะคำสอนอาจารย์ละเอียดจริงๆ ต้องเริ่มตั้งแต่พื้นฐาน ต้องเข้าใจไปเป็นสเต็ปครับ สภาพแวดล้อม กฎระเบียบต้องอำนวยด้วย
พอได้ปฏิบัติตาม มันตื่นเต้นจริงๆครับ ตื่นเต้นว่าการวิปัสสนามันเป็นเรื่องในตัวเราแท้ๆแต่เราไม่เคยเข้าใจเลย สนุกครับ
 
อาจารย์ท่านวางกฎไว้อย่างละเอียดรอบคอบเพื่ออำนวยให้การปฏิบัติเราก้าวหน้าจริงๆครับ
 
ใครตั้งใจจะไปต้องรีบสมัครล่วงหน้าเป็นเดือนๆเลยนะครับ เพราะเดี๋ยวนี้เต็มเร็วมากทุกศูนย์ โดยเฉพาะธรรมกมลา ปราจีนบุรี เพราะเป็นศูนย์เก่าแก่ ใกล้กทม. เดินทางสะดวกสุด
ส่วนธรรมสุวรรณา ขอนแก่น แต่ก่อนก็ว่างตลอด เพราะอยู่ไกล เป็นศูนย์ที่ช่วยรองรับศูนย์อื่นๆเวลาเต็ม แต่เดี๋ยวนี้ก็เต็มตลอดครับ เพราะคนรู้จักมากขึ้น คนที่ไปเค้าก็ชวนกันปากต่อปาก คนแถบอีสานก็เข้ามากขึ้นด้วย
ที่ธรรมกาญจนา ยิ่งต้องรีบจองนะครับ นอกจากจะไม่ไกลมากแล้ว ห้องพักก็เป็นแบบห้องน้ำในตัว และยังรับจำนวนจำกัดด้วย เพราะเป็นศูนย์เล็กๆเหมือนขอนแก่น
ธรรมธานีเพิ่งเปิดหลักสูตร10วันจริงๆจังๆปีนี้เอง อยู่กทม.นะครับ ดังนั้นเต็มเร็วแน่นอน
ธรรมอาภาเป็นศูนย์ที่2ของไทย ตอนนี้ก็ขยายใหญ่โตพอๆกับปราจีนแล้ว รับคนได้มาก ที่พักสะดวกสบายมาก
 
http://www.thai.dhamma.org - www.thai.dhamma.org
อย่ารอช้านะครับ ถ้าไปแล้วดีก็แผ่เมตตามาให้คนแนะนำด้วยนะครับThumbs%20Up


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 11 มิ.ย. 2008 เวลา 12:12
ผมเข้ามา3ครั้งแล้วครับ ครั้งแรกบอกตรงๆเลยครับว่าในใจอยากกลับบ้านมาก มันคิดถึงบ้าน คิดถึงเพื่อน ห่วงเรื่องคะแนนสอบสารพัด
แต่ก็ต้องทน เพราะแม่ผมเป็นผู้ปฏิบัติเก่าที่มีคนรู้จัก ผมก็ไม่อยากทำให้แม่เสียชื่อ ก็ทนครับ อยู่ในระเบียบทุกอย่าง แต่นับวันถอยหลังตลอด
พอจบวันที่10พูดได้ ได้คุยกับผู้ปฏิบัติหลายคน เค้าต่างก็มีความสุขกัน บอกว่าวิธีนี้ดี
ตัวผมเองก็ชอบธรรมบรรยายมาก สนุกมากช่วงที่ได้ฟัง ขำตลอด อาจารย์พูดแทงใจดำจริงๆ
พอออกไปก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อ ทั้งๆที่รู้ว่าคำสอนดีมาก แต่มันยากน่ะครับ ผมเป็นคนขี้เกียจ
 
2ปีผ่านไป เรียนจบ ทำงาน ชีวิตเริ่มมีอุปสรรค เลยตัดสินใจ เข้าปฏิบัติอีกสักครั้ง เพราะเห็นคุณแม่เข้าปฏิบัติเป็นประจำ และคุณแม่ก็ใจเย็นขึ้น อารมณดีขึ้น
ไปรอบนี้ก็ตั้งใจอย่างแรงกล้าเลยว่าจะปฏิบัติเต็มที่ ไม่ไปนั่งคิดนู่นคิดนี่
พอจบการอบรมครั้งนี้ ผมเข้าใจชีวิตผมมากขึ้น ผมรู้เส้นทางที่ผมจะเดินแล้ว ธรรมบรรยายของอ.โกเอ็นก้าที่ผมชอบๆที่ผมรู้สึกสนุก วันนี้ไม่ใช่แค่สนุกแล้วครับ แต่มีประโยชน์มาก
 
ขอบคุณครับ
 
be happy


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 11 มิ.ย. 2008 เวลา 22:42
ใครเข้าปฏิบัติหลายรอบแล้ว ลองสมัครไปเป็นธรรมบริกรบ้างสิครับ ได้บุญเต็มๆเลยครับ แถมยังได้ปฏิบัติไปในตัวด้วย
 
เดี๋ยวนี้คนเข้าปฏิบัติกันเยอะมากๆ ธรรมบริกรไม่ค่อยเพียงพอ ลองอาสาไปนะครับ อย่ากลัว ไปเรียนรู้ด้วยกัน
 
มีอะไรสงสัยหรือไม่เข้าใจก็ปรึกษาอาจารย์ผู้สอน เราจะฟังอาจารย์ผู้สอนเป็นสำคัญ เพราะท่านเหล่านั้นจะมีวิจารณญานที่ดีกว่าเรา และท่านทั้งหลายก็ได้รับการฝึกจากท่านอ.โกเอ็นก้าแล้ว
อะไรไม่แน่ใจ พยายามอย่าตัดสินใจเอง เพื่อจะได้ไม่เกิดความผิดพลาดและไม่ส่งผลลบต่อผู้ปฏิบัติ
 
พอไปถึงก็อ่านคู่มือการเป็นธรรมบริกรให้เข้าใจก่อนเริ่มงานเลยครับ ควรไปให้ถึงก่อนวันเปิดอบรม1วัน เพื่อจะได้เตรียมงาน ปรึกษางานกัน และทำความคุ้นเคยกับสถานที่
 
ผมเพิ่งกลับจากธรรมอาภา พิษณุโลก คนเยอะมากๆ 100กว่าๆ
 
วันแรกตอนลงทะเบียนเหนื่อยมากครับ มันวุ่นเพราะคนเยอะ และเราไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ทุกคนก็ช่วยงานกันอย่างสุดความสามารถ คืนนั้นหลับเป็นตายเลยครับ
 
แต่พอวันที่2 ก็เริ่มสงบ ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ผู้ปฏิบัติต่างก็ตั้งใจกัน บรรยากาศในการปฏิบัติก็สงบ บรรยากาศของสถานที่ก็สวยงาม อากาศเย็นหน่อยๆเพราะฝนตกตลอด มีพายุบ้างบางวัน วันที่ร้อนก็ร้อนไม่มาก
 
พอวันที่10ก็มีแต่ความสดชื่นแจ่มใส พูดคุยกันได้ก็มีแต่คนคุยกันอย่างเมามัน
 
เราผู้เป็นธรรมบริกรก็ชื่นใจ หายเหนื่อยเลยครับ มีแต่คนมาอนุโมทนาบุญด้วย ผมเห็นเค้ามีความสุข ผมก็สุขไปด้วย
 
ลองเป็นธรรมบริกรกันนะครับ สนุกครับ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 11 มิ.ย. 2008 เวลา 23:21
ใครสนใจเป็นธรรมบริกร ถ้ามีเวลาอ่านก็เข้าไปดูเว็บข้างล่างนี้นะครับ
 
http://larndham.net/index.php?showtopic=29461&st=0 - http://larndham.net/index.php?showtopic=29461&st=0
 
ก็จะได้ความรู้ ได้ฟังประสบการณ์ของรุ่นพี่ ศึกษาไว้ก่อนไปทำหน้าที่ก็ดีครับ ได้รู้ว่ามีอุปสรรคอะไรบ้าง ควรแก้ไขยังไง
 
เราจะได้ทำหน้าที่ที่สมบูรณ์ ได้สร้างธรรมทานอย่างเต็มที่ครับ
 
Star การให้ธรรมะ ย่อมชนะการให้ทั้งปวง
 
สาธุ สาธุ สาธุ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 11 มิ.ย. 2008 เวลา 23:29
ผมเองไม่เคยไปของอ.โกเอ็นก้าหรอกครับ แต่รุ่นพี่กับอาผม เคยไปมาแล้ว ผมก็งูๆปลาๆ เรื่องวิปัสสนา

แนวอ.โกเอ็นก้าเป็นสำนักวิปัสสนาที่มีหลักสูตรมาจากอินเดีย ที่นี่เน้นเฉพาะคนที่ปฏิบัติจริงเท่านั้นแล้วก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการหลุดพ้น ความเข้มงวดจัดว่าอยู่อันดับต้นๆ ของเมืองไทยครับ นั่งสมาธิวันละไม่ต่ำกว่าสิบชั่วโมงและห้ามพูดคุยกันตลอดการปฏิบัติเพื่อให้เรามีสติ ควบคุมจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน มุ่งหมายให้เราละทางโลกให้ได้มากที่สุด และต้องปฏิบัติศีลห้าหรือแปด หากใครไม่มีใจมุ่งมั่นในการปฏิบัติจริงๆผมไม่แนะนำเลยครับ แต่ถ้าใครต้องการปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้นผมขอแนะนำครับ

ค่าใช้จ่ายไม่มีครับแล้วแต่บริจาค กี่สิบกี่ร้อยก็ได้ครับ หรือ ใครรวยก็ตามแต่กำลังทรัพย์ไม่มีการเรี่ยไร แต่เขาจะเลือกคนที่ต้องการไปปฏิบัติจริงเท่านั้น และถ้าต้องการไปต้องลงทะเบียนจองล่วงหน้านานหลายเดือนหรือถ้าต้องการเข้าปฏิบัติช่วงปิดเทอมอาจต้องจองเป็นปีเลยครับ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 12 มิ.ย. 2008 เวลา 22:11

Sleepy

สำหรับผู้ที่เข้าเว็บ แนวทางอ.โกเอ็นก้า   http://www.thai.dhamma.org - www.thai.dhamma.org ไม่ได้ อาจเป็นเพราะเป็นช่วงที่คนเข้าชมเยอะ เว็บเลยขัดข้องชั่วคราว ลองโทรไปซักถามรายละเอียดที่เบอร์ต่อไปนี้ก็ได้
 
02-9932711
 
084-7966069
 
086-7135617
 
081-6055576
 
089-7829180
 
081-8116447
 
081-6055576
 
081-5444953
 
Tongue   BE HAPPY - BE PEACEFUL - BE LIBRATED


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 12 มิ.ย. 2008 เวลา 22:40
แผนที่ & การเดินทางค่ะ
 
Approveศูนย์ฯธรรมกมลา จ.ปราจีนบุรี
ที่ตั้ง

กม.166+900 ทางหลวงหมายเลข 33 (สุวรรณศร)
เลขที่ 200 บ้านเนินผาสุก ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000
โทร.037-403-185, 08-9782-9180

การเดินทาง

ด้วยรถบัสที่ฝ่ายจัดการฝึกอบรมจัดให้
ออกจากวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน บริเวณหน้าพระเมรุ เวลา 13.00 น. ในวันที่มีการเริ่มปฏิบัติ (ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่  โทร. 08-1710-3545 ในเวลาราชการ)

ด้วยรถตู้
จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้นั่งรถตู้อนุสาวรีย์-กบินทร์บุรี ก. ที่จอดอยู่บริเวณใต้ทางด่วน (ถ้าไม่ใช่สาย ก. คนขับจะไม่มาส่งที่ศูนย์ฯ) โดยบอกให้คนขับมาส่งที่ศูนย์ฯ ค่าโดยสาร 100 บาท หรือจะขึ้นรถที่รังสิตก็ได้ โดยสำรองที่นั่งล่วงหน้ากับคนขับที่โทร.08-9931-8171


ด้วยรถโดยสารปรับอากาศ
จากสถานีขนส่งสายเหนือ  ท่านสามารถขึ้นรถโดยสารปรับอากาศที่มุ่งหน้าไปยังประจันตคาม หรือกบินทร์บุรี หรือสระแก้ว หรืออรัญประเทศ หรือตาพระยา  ไปลงที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 7 (ขอนขว้าง) หลักกม.166+900 ทาง หลวงหมายเลข 33 (สุวรรณศร)  แล้วเดินเข้าไปตามถนนที่อยู่ทางซ้ายมืออีก 500 เมตร ก็จะถึงศูนย์ "ธรรมกมลา"


ด้วยรถยนต์ส่วนตัว
จากรังสิตไปตามทางหลวงรังสิต-นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) ซึ่งจะไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 33 (สุวรรณศร) ที่หน้าโรงพยาบาลจังหวัดนครนายก  แล้วเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 33 (สุวรรณศร) เช่นเดียวกับที่ได้อธิบายไปเมื่อข้างต้น

http://imagehost.compgamer.com">
 
 
Approveศูนย์ฯธรรมอาภา จ.พิษณุโลก
ที่ตั้ง

กม.49+400 ทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก)
เลขที่ 138 บ้านห้วยพลู ต.แก่งโสภา
อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 65220
โทร.08-1605-5576, 08-6440-3463


การเดินทาง


ด้วยรถโดยสารที่จัดโดยฝ่ายจัดการอบรม
ออกจากวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน บริเวณหน้าพระเมรุ เวลา 09.00 น. ในวันที่มีการเริ่มปฏิบัติ (ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่  โทร. 08-1710-3545 ในเวลาราชการ)

ด้วยรถโดยสารปรับอากาศ
มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัทพิษณุโลกยานต์ทัวร์วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-พิษณุโลก และเขาค้อ-ตลาดทรัพย์ไพรวัลย์-พิษณุโลก-กรุงเทพฯ ทุกวัน  ไม่สามารถระบุกำหนดเวลาในที่นี้ได้  เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ 

กรุณาสอบถามตารางการเดินรถได้โดยตรงจากบริษัทพิษณุโลกยานยนต์ทัวร์
     กรุงเทพฯ  โทร.0-2936-2924-5
     พิษณุโลก  โทร.0-5525-8941 หรือโทร. 0-5525-8941


ด้วยรถไฟ
มีรถไฟวิ่งขึ้น-ล่องหลายขบวนระหว่างกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-พิษณุโลก-กรุงเทพฯ ขอแนะนำให้เลือกเดินทางโดยรถดีเซลราง (สปรินเตอร์) ด่วนพิเศษขบวนหมายเลข 9 ออกจากกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) เวลา 08.25 น. ถึงพิษณุโลกเวลา 13.37 น. ส่วนจากเชียงใหม่ (สปรินเตอร์)ด่วนพิเศษขบวนหมายเลข 12 ออกจากเชียงใหม่เวลา 08.25 น. ถึงพิษณุโลกเวลา 14.40 น.

ท่านสามารถสอบถามตารางรถไฟที่
     กรุงเทพฯ  โทร. 0-2220-4334 ต่อ1690
     พิษณุโลก  โทร. 0-5525-8005

เมื่อถึงสถานีรถไฟพิษณุโลก ให้ขึ้นรถสามล้อเครื่องไปยังสถานีขนส่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 3 กม.  จากสถานีขนส่งให้ขึ้นรถโดยสารที่วิ่งผ่านตลาดทรัพย์ไพรวัลย์ (กม.49+400) ซึ่งมีตลอดวัน มาลงที่ตลาดทรัพย์-ไพรวัลย์  จากนั้นให้ว่าจ้างรถสามล้อเครื่องหรือรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างมาส่งที่ "ศูนย์ธรรมอาภา" ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 3.2 กม.

ด้วยเครื่องบิน
มีเที่ยวบินขึ้นล่องระหว่างกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-พิษณุโลก-กรุงเทพฯ วันละหลายเที่ยว  เมื่อถึงท่าอากาศยานพิษณุโลกแล้ว จะมีสามล้อเครื่องหรือแท็กซี่ไปสถานีขนส่ง  ส่วนการเดินทางไปศูนย์ฯ กรุณาอ่านจากข้างบน

ท่านสามารถสอบถามและสำรองที่นั่งสายการบินได้ที่
     กรุงเทพฯ  โทร.0-2628-2000, 0-2535-2081-2
     พิษณุโลก  โทร. 0-5525-8020, 0-5525-8029, 0-5525-4206, 0-5524-6438 และ 0-5521-9626-9


ด้วยรถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านรังสิตและประตูน้ำพระอินทร์  ข้ามสะพานลอยตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 32  ผ่านทางแยกเข้าอยุธยา-สิงห์บุรี-อินทร์บุรี  และก่อนถึงกม.158 ให้ชิดซ้ายขึ้นสะพานลอย ซึ่งจะเลี้ยวขวามุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลขที่ 11  ผ่านตากฟ้า-หนองบัว-เขาทราย-สากเหล็ก  จนบรรจบกับทางหลวงหมายเลขที่ 12 ที่สามแยกตลาดอำเภอวังทอง  จากนั้นให้เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางหล่มสัก จนถึงตลาดทรัพย์ไพรวัลย์  และเมื่อถึงหลักกม.49+400 เมตร (ก่อนถึงปั๊มน้ำมันปตท. ประมาณ 30 เมตร) จึงเลี้ยวซ้ายไปตามถนน ซึ่งมีป้ายติดบอกไว้ที่ปากทางว่า "โรงเรียนบ้านห้วยพลู" และป้าย "ศูนย์ธรรมอาภา"  เมื่อเข้ามาแล้วจะมีป้ายบอกเป็นระยะๆ จนถึงศูนย์  ระยะทาง 3.2 กม.โดยประมาณ

 
Approveศูนย์ฯธรรมสุวรรณา จ.ขอนแก่น
ที่ตั้ง

กม.31 ทางหลวงหมายเลข 12 (ขอนแก่น-ชุมแพ)
เลขที่ 112 หมู่ 1 ต.บ้านกง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น 40240
โทร.08-6713-5617
โทรสาร 0-4336-4544 http://www.thaidhamma.net/index.php?option=com_thaidhamma&filter_locationid=4 - -


การเดินทาง


ศูนย์วิปัสสนากรรมฐานธรรมสุวรรณา ตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ปากทางอยู่กิโลเมตรที่31
เส้นขอนแก่น-ชุมแพ ใกล้หมู่บ้านดอนโมง

จากกรุงเทพฯ – ตัวเมืองขอนแก่น

1. รถโดยสารประจำทาง

มีรถโดยสารปรับอากาศชั้น1 ของบริษัทนครชัยแอร์ รถจะออกจากสถานีขนส่งหมอชิต
สายอีสาน (หมอชิต2) และที่ศูนย์บริการนครชัยแอร์ ติดถนนกำแพงเพชร2 ออกจาก
กรุงเทพฯเวลา 8.00 น. และ 8.45 น. ถึงสถานีรถปรับอากาศขอนแก่น ถ.กลางเมือง
เวลา 14.30 น. และ 15.15 น. โทร. 02-9360800

รถโดยสารอื่นๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7- 8 ชั่วโมง มีรถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต
สายอีสาน (หมอชิต2) ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 02-9362852-66
สถานีขนส่งขอนแก่น(รถธรรมดา) 043-237472, สถานีรถปรับอากาศ 043-239910

2. รถไฟ

ขบวนรถไฟออกจากสถานีกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ผ่านจังหวัดขอนแก่น ไปจังหวัดอุดรธานี
และหนองคายทุกวัน รถที่ให้บริการมีทั้งรถเร็ว รถด่วน และรถด่วนดีเซลรางปรับอากาศ
สอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690,
02-2237010, 02-2237020 สถานีรถไฟขอนแก่น โทร. 043-221112
http://www.railway.co.th/ - http://www.railway.co.th/

3. เครื่องบิน

บมจ.การบินไทย เปิดบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ขอนแก่น ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้
ที่ บมจ. การบินไทย  โทร. 1566, 02-6282000 http://www.thaiairways.com/ - http://www.thaiairways.com/
และ สำนักงานขอนแก่น โทร. 043-246774-5, 043-246659

จากตัวเมืองขอนแก่น – ศูนย์ฯธรรมสุวรรณา

1. ทางศูนย์ฯมีรถจัดให้บริการจากตัวเมืองขอนแก่นไปยังศูนย์ฯธรรมสุวรรณา
หากท่านมีความประสงค์จะใช้บริการรถที่จัดโดยศูนย์ฯ ให้ท่านรอ กลางชานชาลาของ
สถานีรถปรับอากาศ ถนนกลางเมือง โปรดสังเกตป้าย “ธรรมสุวรรณา” รถจะออกเดินทาง
เวลา 15.30 น. ค่าใช้จ่ายไป-กลับท่านละ 100 บาท (ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ค่าใช้จ่าย
ไป-กลับท่านละ 200 บาท)

* โปรดแจ้งเพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้า3วัน โทร. 086-7135617


วันจบการอบรม รถจะออกจากศูนย์ฯเวลา 7.30 น. ถึงสถานีรถปรับอากาศประมาณ
เวลา 8.00 น.

2. รถโดยสารประจำทาง เริ่มจากสถานีขนส่ง (บขส) ถนนประชาสโมสร จากนั้นให้ขึ้น
รถสายขอนแก่น-ชุมแพ (บอกกระเป๋ารถว่าลงที่บ้านดอนโมง) ห่างจากเมืองขอนแก่น
32 กม. เมื่อถึงบ้านดอนโมง เดินข้ามถนน นั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือตุ๊กตุ๊กมายัง
"ศูนย์ฯ ธรรมสุวรรณา" ค่าโดยสารมอเตอร์ไซค์ 30 บาท

3. หากต้องการเหมารถมาจากตัวเมืองขอนแก่นหรือจากสนามบินมายังศูนย์ฯ
ธรรมสุวรรณา เบอร์โทรติดต่อ 086-2217832, 089-8620283, 043-344313
ค่าเหมาประมาณ 400-500 บาท

จากกรุงเทพฯ – บ้านดอนโมง – ธรรมสุวรรณา

1. สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางต่อเดียว จากกรุงเทพถึงบ้านดอนโมง อ.หนองเรือ ท่านสามารถเดินทางโดยรถโดยสารปรับอากาศบริษัทขอนแก่นทัวร์
(สายกรุงเทพ – เมืองเลย) แจ้งพนักงานขายตั๋วว่าลงที่ดอนโมง ค่าโดยสาร 375.-บาท
รถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต2 เวลา 8.30 น. โทร. 043-241388, 02-9360036

เมื่อถึงบ้านดอนโมง เดินข้ามถนน นั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือตุ๊กตุ๊กมายัง
"ศูนย์ฯ ธรรมสุวรรณา"

2. รถยนต์ส่วนตัว ขอนแก่นอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 449 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ
ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงจังหวัดสระบุรี ตรงหลัก
กิโลเมตรที่ 107 แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านจังหวัด
นครราชสีมาถึงจังหวัดขอนแก่น จากตัวเมืองขอนแก่นเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวง
หมายเลข 12 เส้นทาง ขอนแก่น-ชุมแพ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 31 ทางซ้ายจะเป็น
โรงเรียนจระเข้วิทยายน ทางเข้าศูนย์จะอยู่ตรงข้ามโรงเรียนจระเข้วิทยายน
(ถ้ามาจากขอนแก่นจะต้องกลับรถเมื่อผ่านหน้าโรงเรียนแล้ว) จากนั้นให้เลี้ยวซ้าย
ก่อนถึงสะพานลอย และไปตามลูกศรอีก 2.7 กม.


http://imagehost.compgamer.com">
 
 
 
 
Approveศูนย์ฯธรรมกาญจนา จ.กาญจนบุรี
http://imagehost.compgamer.com">
 
 
 
 
Approveศูนย์ฯธรรมธานี กทม.
ที่ตั้ง

เลขที่ 42/660 หมู่บ้านเค.ซี.การ์เด้นโฮม
ถ.นิมิตใหม่ แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510
โทร.0-2993-2711 โทรสาร 0-2993-2700

สำหรับหลักสูตร 1 วันและ 3 วัน ศิษย์เก่าผู้สนใจกรุณาโทรศัพท์แจ้งความจำนงได้ที่
ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00 น.
- สำนักงานมูลนิธิส่งเสริมวิปัสนากรรมฐานฯ โทร. 0-2993-2711

และในเวลา 17.00-21.00 น. ติดต่อได้ที่
- คุณกอบกุล ไกรพิบูลย์ โทร.0-9121-2268
- คุณปิยะวรรณ อู่กำธร โทร. 0-6389-9973

(โดยไม่ต้องส่งใบสมัคร)

การเดินทาง

โดยรถประจำทาง : มี 2 เส้นทางคือ

1. ทางลำลูกกา ให้ขึ้นรถโดยสารสายลำลูกกาตรงแยกลำลูกกา (ใกล้สนามกีฬาธูปเตมีย์) ไปลงหน้าตลาดใหญ่คลอง 7 แล้วต่อรถตู้สายลำลูกกา-มีนบุรีในตลาด

2. ทางรามอินทรา ให้ขึ้นรถสองแถว หรือรถตู้สายมีนบุรี–ลำลูกกาที่ตลาดมีนบุรี เมื่อถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว ให้ท่านเดินเข้าไปตรงป้อมยาม เพื่อต่อรถสองแถวที่วิ่งภายในหมู่บ้าน โดยบอกให้ไปส่งที่ศูนย์ฯ


โดยรถส่วนตัว : มี 2 เส้นทางคือ

1. ทางลำลูกกา ตรงที่จะให้ออกจากถนนวิภาวดี จะเห็นป้ายที่เขียนว่า ลำลูกกา-สะพานใหม่ ให้ชิดซ้าย เลี้ยวขึ้น ทางที่โค้งมาลงยังถนนพหลโยธิน  แล้วเลี้ยวซ้ายทันทีที่ลงเพื่อเข้าสู่ถนนลำลูกกา (ถ้าตรงไปคือไปสะพานใหม่) 

จากนั้นให้แล่นตรงมาเรื่อยๆ จะเห็นสัญญาณไฟจราจรอันแรก (จากแยกลำลูกกามาประมาณ 10.6 ก.ม.)  พอผ่านถนน วงแหวน ซึ่งมีสัญญาณไฟจราจรอยู่ใกล้ๆ (ที่ระยะประมาณ 11.5 ก.ม.) ไปสักพัก  จะเห็นป้ายซีเมนต์ไทยโฮมมาร์ทอยู่ทางด้านซ้าย (ที่ระยะประมาณ 14.4 ก.ม.)


จากนั้นจึงเป็นสัญญาณไฟจราจร  ให้ขับต่อไปจนกระทั่งเห็นป้ายบอก นครนายก - มีนบุรี เป็นสามแยกที่มีสัญญาณไฟจราจร  จึงค่อยเลี้ยวขวาเข้าถนนนิมิตใหม่  แล้วขับข้ามสะพาน 3 สะพาน ผ่านโรงเรียนสตรีวิทยาทางด้านซ้าย  พอลงสะพานที่สี่ ให้ชิดซ้าย ขับมาเรื่อยๆ จะเห็นหมู่บ้าน เค.ซี.การ์เด้น-โฮม  ให้เลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้าน (จากหัวถนนนิมิตใหม่ถึงทางเข้าหมู่บ้านประมาณ 6.2 ก.ม.)


2. ทางรามอินทรา ขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึงประมาณซ.รามอินทรา 127 ซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดงใหญ่ เขียนว่าซ้ายไป ฉะเชิงเทรา  ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุวินทวงศ์  ตรงไปจนเห็นปั๊มป.ต.ท. แล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายที่บอกว่าไปลำลูกกา เพื่อเข้าสู่ถนนนิมิตใหม่

เมื่อแล่นผ่านคลองสาม จะเห็นป้ายหมู่บ้านเค.ซี. อยู่ทางขวา  ให้ยูเทิร์นรถกลับเพื่อเข้าหมู่บ้าน หลังจากที่เข้าไปในหมู่บ้านแล้ว ให้ตรงไปจนสุด แล้วเลี้ยวซ้ายจนเจอวงเวียน  จากนั้นจึงเลี้ยวขวาวิ่งไปเรื่อยๆ จนเห็นป้ายหมู่บ้านธรรมธานีทางด้านขวา จึงเลี้ยวซ้ายเข้าไป จะเห็นศูนย์ฯ อยู่ทางขวามือ

http://imagehost.compgamer.com">


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 12 มิ.ย. 2008 เวลา 23:33
เอารูปมาฝากค่ะ (ไม่ได้ถ่ายเองนะคะ..หามาจากเว็บต่างๆ) ขอบคุณช่างภาพด้วยค่ะที่เก็บรูปมาฝากกัน
 
ธรรมกมลา ปราจีนบุรี
http://imagehost.compgamer.com">
http://imagehost.compgamer.com">
 


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 12 มิ.ย. 2008 เวลา 23:36
ธรรมอาภา พิษณุโลก
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 12 มิ.ย. 2008 เวลา 23:55
ธรรมสุวรรณา ขอนแก่น
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 13 มิ.ย. 2008 เวลา 00:01
ธรรมกาญจนา กาญจนบุรี
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
ขอบคุณ คุณmahatep เจ้าของรูป(ส่วนใหญ่)ค่ะ
 
น่าเสียดาย ไม่มีรูปธรรมธานีเลยค่ะ ไว้จะพยายามหามาให้ได้นะคะ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 13 มิ.ย. 2008 เวลา 15:11

ผมไปมาทุกศูนย์แล้ว สิ่งที่ได้ทุกครั้งคือได้รับธรรมะกลับมา ไปทีไรพอกลับมาก็รู้สึกว่าใจมันสะอาดขึ้น โกรธใครก็โกรธระยะเวลาสั้นๆ จนแทบจะโกรธใครไม่เป็นแล้วครับ มีแต่ความสงสาร ความกลัวนี่แทบจะหมดไปจากความคิดเลยครับ เดี๋ยวนี้ทำอะไรก็ไม่กลัว ไม่ระแวง คิดแค่ว่าตั้งใจทำ และทำให้ดีที่สุด ผลจะเป็นไงก็ไม่กลัว หรือเวลาไปที่หรูๆ เคยกลัวทำอะไรผิด กลัวเปิ่น เดี๋ยวนี้ ไม่มีความคิดนั้นแม่แต่นี๊ดเดียว ไม่รู้ก็คือไม่รู้ จะต้องกลัวอะไร แล้วพวกสัตว์ต่างๆ งู หนู แมลง ตุ๊กแก มด ฯลฯ แต่ก่อนผมปอดแหกมาก เดี๋ยวนี้ สบายมากครับ ไม่รู้จะกลัวมันไปทำไม

ธรรมะให้ผมสารพัด คำสอนอ.โกเอ็นก้า ก็คือคำสอนพระพุทธเจ้า แต่อาจารย์เป็นผู้ที่ยังรักษาคำสอนที่ประเสริฐนี้ไว้ได้ และมาถ่ายทอดให้กับพวกเรา ผมรู้สึกตัวเองมีบุญ ผมก็ค่อยๆพัฒนาไปวันละนิด วันละนิด
 
คิดว่าก็คงต้องเดินไปอีกหลายชาติ แต่ไม่ว่าเส้นทางจะไกลแค่ไหนก็ต้องเริ่มจากก้าวแรกทั้งนั้น เราไม่ก้าว เราก็ไปไม่ถึงครับ
 
เส้นทางนี้สำหรับคนที่มีความพยายามครับ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 13 มิ.ย. 2008 เวลา 15:28

ทุกศูนย์ทั่วโลก  มีกฎระเบียบเดียวกัน ดำเนินการเหมือนกัน กำหนดการเดียวกัน คำสอนเดียวกัน มีสถานที่อาคารที่ต้องผ่านกติกาการตั้งศูนย์ที่กำหนดโดยอ.โกเอ็นก้าแล้วทั้งนั้น

ไม่ใช่ง่ายๆเลยนะครับกว่าจะมีศูนย์ให้เราได้เข้าปฏิบัติกัน เพราะที่นี่เค้าไม่ได้ใช้แค่เงิน
 
ที่ดินของทุกศูนย์ต้องเป็นที่ที่สุจิต และได้มาโดยสุจริต โดยบริสุทธิ์ บรรยากาศตั้งแต่ดูที่จนทำเรื่องโอนต้องไม่มีการขัดแย้งกัน ทุกฝ่ายต้องเห็นด้วย แล้วมีกติกาอื่นๆอีกสารพัดสารเพที่ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าวางไว้ เพื่อที่ดินทุกแห่งที่จำนำมาสร้างศูนย์ฯจะได้เป็นที่ที่มีกระแสสงบ และสะดวกต่อการจัดการ ที่ดินแต่ละที่ต้องเป็นไปตามกติกาหลายสิบข้อ ถ้ามีผิดจากกติกาแม้แต่ข้อเดียวก็ไม่ผ่าน ต้องหาที่ใหม่กัน
 
ทุกอย่างเรียบร้อย อ.โกเอ็นก้าพิจารณาแล้วผ่าน จึงจะตั้งชื่อศูนย์ฯให้
 
จากที่ดิน ก็มาเรื่องการก่อสร้าง ผัง อาคารอีก ... ตรงนี้ท่านก็กำหนดแล้วอย่างละเอียดเช่นกัน ทุกศูนย์จะต้องมีผู้รู้กฎระเบียบ และรู้กติกาการก่อสร้างคุมอยู่ด้วย ทุกศูนย์จะต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาช่วยดูว่าไม่ผิดแบบ ช่าง/คนงานห้ามสูบบุหรี่ กินเหล้า หรือเอาเนื้อสัตว์มาทานในเขตปฏิบัติ และมีอีกหลายข้อเลยครับ
 
และทุกศูนย์ก็ทำกันำได้ตามกติกานั้น ผมนับถือเลยครับ
 
สิ่งเหล่านี้ล่ะครับที่ช่วยให้ผู้ที่มาเข้าปฏิบัติได้รับถึงกระแสธรรมะอย่างที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 13 มิ.ย. 2008 เวลา 15:42
ขณะนี้คำสอนของท่านอาจารย์กระจายไปทั่วโลกแล้ว ไม่มีวินาทีไหนที่เสียงท่านอาจารย์จะเงียบไปจากโลก เพราะอะไรครับ???
 
ขณะนี้มีศูนย์วิปัสสนาแนวทางนี้ทั่วทุกทวีปของโลก 100กว่าประเทศ และหลายประเทศที่มีมากกว่า1ศูนย์ และหลายศูนย์ที่เปิดการอบรมเดือนละ2หลักสูตร และอีกหลายประเทศที่ยังไม่มีศูนย์ถาวร แต่ก็มีการจัดอบรมเช่นกัน โดยใช้สถานที่ชั่วคราว
 
แล้วจะมีวันไหนละครับที่ไม่มีเสียงท่านอาจารย์ แค่ในประเทศไทย5ศูนย์ ทั้ง5ศูนย์ก็มีการอบรมเดือนละ2ครั้ง แต่ละศูนย์ก็มีตารางที่ต่างกันไป ศูนย์นึงเริ่ม ศูนย์นึงจบ
 
ใครยังไม่รู้จักท่านอาจารย์ รีบทำความรู้จักท่านซะนะครับ ก่อนที่จะสายเกินไป วันนี้ท่านอาจารย์นำธรรมะมาให้เราแล้ว เราต้องรีบรับไว้นะครับ เพราะท่านสอนศิลปะในการดำเนินชีวิต ART OF LIVING ให้กับเรา


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 15 มิ.ย. 2008 เวลา 18:26
ผ่านการอบรมมาแล้วครับ หัวหน้าส่งไป แต่หัวหน้าก็ย้ำว่าต้องสมัครใจไปด้วย
ผมก็ลงชื่อจองคนแรกเลยครับ พวกวัดวานี่ชอบอยู่แล้ว
พอผ่านการอบรมแล้วรู้สึกดีใจกับตัวเองมาก รู้สึกขอบคุณหัวหน้ามากๆที่อนุญาตให้ผมไป
ยิ่งกว่าไปวัดอีกครับ ได้ปฏิบัติธรรมจริงๆจังๆ
 
ลองไปดูนะครับ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 17 มิ.ย. 2008 เวลา 21:25

อ่านดูข้อมูลที่โพสต์มาต่างๆ น่าสนใจมาก จะลองหาโอกาสไปให้ได้เลย



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 18 มิ.ย. 2008 เวลา 17:01

กำลังจะไปปฏิบัติค่ะ..ที่ศูนย์ธรรมอาภา..ไม่มีรูปให้ดูเหรอค่ะ.

อยากได้คำแนะนำค่ะ...


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 19 มิ.ย. 2008 เวลา 09:45

รูปธรรมอาภา อยู่ในหน้านี้ 4

http://www.watkoh.com/kratoo/forum_posts.asp?TID=3662&PN=4 - http://www.watkoh.com/kratoo/forum_posts.asp?TID=3662&PN=4

 
ก็มีนะคะคุณหมวย ลองเข้าไปดู

 

เพิ่งจะไปปฏิบัติแนวทางนี้ครั้งแรกรึเปล่าคะ สำหรับเรื่องสถานที่คงไม่ต้องเตรียมอะไรมากค่ะ เพราะสะดวกมากอยู่แล้ว เสื้อผ้าจะเตรียมไปพอดี หรือจะใช้บริการส่งซักของที่ศูนย์ฯก็ได้นะคะ หรือจะซักเองก็ได้ค่ะ แต่ไม่แนะนำ เพราะเราจะห่วงกังวลกับเสื้อผ้าจะแห้งไม๊ จะโดนฝนไม๊ จะอะไรไม๊

 

ตัดความกังวลด้วยการส่งผ้าซักดีกว่าค่ะ เดี๋ยวนี้ชิ้นละเท่าไหร่ไม่แน่ใจนะคะ ราวๆ5บาทนี่แหละค่ะ

 

แต่ก่อนดิฉันก็เคยไปมาหลายครั้ง บรรยากาศดีค่ะ แต่ตั้งแต่ที่เค้าปรับปรุงขยายใหญ่ยังไม่เคยไปเลยค่ะ

 

ถ้าเตรียมก็เตรียมใจให้ว่าง พร้อมรับฟังและปฏิบัติตามคำสอนของอ.โกเอ็นก้าค่ะ

 

อดทนและปฏิบัติตามกฎระเบียบนะคะจึงจะได้ประโยชน์

http://imagehost.compgamer.com">

 

http://imagehost.compgamer.com">



โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 19 มิ.ย. 2008 เวลา 22:11
เห็นด้วยค่ะ ส่งผ้าซักสะดวกที่สุด ที่ผ่านๆมาก็เห็นคนรับซักผ้าเค้าซักกันสะอาดดีนะคะ
เรื่องสีตกก็ไม่น่าห่วง เพราะเค้าก็ซักแยกสี
 
แต่ยังไงเอาให้ชัวร์ดีกว่า ถ้าคุณเป็นคนห่วงเสื้อผ้ามากๆ ก็พยายามเลือกเสื้อผ้าที่ไม่ใหม่นักไปใส่นะคะ แล้วเสื้อผ้าที่ต้องซักอย่างปราณีตก็อย่าส่งซักดีกว่า เพราะคนซักเค้าใช้เครื่อง ไม่ได้ใช้มือ อาจจะทำเสื้อผ้าแสนงามของคุณพังได้
 
ถ้าต้องการซักเสื้อผ้าเอง ก็มีที่ซักที่ตากค่ะ แต่บางทีเราต้องรอกาละมังจากคนอื่นๆ บางทีเจอคนตากผ้าไม่ดี ผ้าเราจะแห้งอยู่แล้ว กลับโดนเสื้อผ้าคนอื่นมาทำให้เปียกอีก หรือกำลังนั่งปฏิบัติดีๆ พอได้ยินเสียงฟ้าฝนก็ต้องวิ่งออกมาเก็บ
 
บางคนเตรียมเสื้อผ้ามาครบ10วัน ก็สะดวกไปอีกแบบนะคะ แต่บางทีก็อาจจะมีมดขึ้นและกัดเสื้อผ้าที่คุณใส่แล้ว เพราะมันชื้น ก็เป็นได้นะคะ ก็สามารถใช้การบูรโรยหน่อยๆกันมดก็ได้ แต่อย่าโรยมากนะคะ คนที่แพ้กลิ่นการบูรก็มี


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 19 มิ.ย. 2008 เวลา 22:28
แต่ก่อนตอนไปธรรมสุวรรณา ซักผ้าเองตลอดเลย เพราะน้ำที่ศูนย์ฯเค้าแรง แดดดี ลมโกรกดี ตากแป๊บๆก็แห้ง
แต่มาปีหลังนี้ ฝนกระหน่ำมาก ตกต่อเนื่องตลอด ต้นไม้เขียวขจี แต่ตากผ้าไม่แห้งซักทีเลย ก็เลยส่งซัก ก็ดีค่ะ สบาย ไม่ต้องกังวลกับผ้า ไดปฏิบัติเต็มที่ ชิ้นละ4บาทเอง พับมาเรียบร้อย (แต่ไม่รีดนะคะ)


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 19 มิ.ย. 2008 เวลา 22:35
อยากรู้ว่า คนวัยไหนไปเข้าปฏิบัติมากที่สุดคะ???
 
แก่สุดเท่าไหร่ คุณยายอยากไป แต่กลัวจะแก่เกินไปค่ะ
Embarrassed


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 19 มิ.ย. 2008 เวลา 22:55
คนที่เข้าปฏิบัติมีทุกวัยเลยครับ แบบบอกไม่ได้เลยว่าส่วนใหญ่เป็นวัยไหน
มีตั้งแต่เด็กนักเรียนมัธยม 17-18ปี จนคุณตาวัย90ปีก็มีครับ ถ้าช่วงปิดเทอมวัยรุ่นอาจจะเยอะหน่อย
 
ดังนั้นอายุไม่มีผลต่อการเข้าปฏิบัตินะครับ 17ปีขึ้นไปก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ เข้าคอร์ส10วันได้
 
แต่สุขภาพต่างหากครับที่มีผล ต้องถามคุณยายว่า
 
1. หูยังดีอยู่รึเปล่า ได้ยินอะไรชัดเจนไหม เพราะถ้ามาปฏิบัติแต่ไม่รู้ว่าอาจารย์สอนอะไรก็คงไม่ได้ประโยชน์สักเท่าไร
2. สามารถช่วยตัวเองได้รึเปล่า เพราะกฎเหล็กของการปฏิบัติแนวนี้คือ ไม่พูดคุย หรือไม่ติดต่อสื่อสารกับผู้ปฏิบัติท่านอื่น ดังนั้นคุณยายจะต้องช่วยตัวเองได้ เดินเข้าห้องปฏิบัติ เดินไปโรงอาหารเองได้โดยไม่ต้องมีใครพยุง
 
ไปดูสถานที่ก่อนก็ได้ครับ ได้ตัดสินใจถูก หรือจะให้ดีที่สุด คุณแจงก็น่าจะได้ไปเข้าปฏิบัติก่อน จะได้รู้ว่าลำบากอะไรตรงไหน คุณยายจะไหวหรือไม่


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 19 มิ.ย. 2008 เวลา 23:31
ขอเสริมคุณ tally ค่ะ
 
Hugผู้ที่จะเข้าปฏิบัติวิปัสสนาหลักสูตรผู้ใหญ่ (10วัน) จะต้องมีอายุ 17ปีขึ้นไป แต่สำหรับผู้ที่อายุระหว่าง8-16ปี ก็มีหลักสูตรอานาปานสติสำหรับเด็กนะคะ (ของเด็กจะมีหลักสูตร 1วัน / 2วัน / และ3วัน) แล้วแต่ทางศูนย์จะกำหนดจัดกี่วัน
 
ที่ไม่ให้เด็กเข้าหลักสูตร10วัน เพราะการปฏิบัติค่อนข้างจริงจังมาก ผู้ที่เข้าอบรมควรมีวัยวุฒิที่พร้อมเพราะต้องอาศัยความอดทนและความเข้าใจในคำสอนด้วย
และไม่ให้ผู้ใหญ่เข้าหลักสูตรเด็กเพราะหลักสูตรเด็กฝึกแค่สมาธิเบื้องต้น ในขณะที่ผู้ใหญ่สะสมสิ่งสกปรกมาเยอะ แค่สมาธิไม่สามารถทำให้จิตใจท่านสะอาดได้
 
Hugเรื่องสุขภาพ เรื่องสุขภาพกายมีผลต่อการปฏิบัติมากนะคะ ตอนนี้ใครยังสุขภาพดีอยู่ควรรีบปฏิบัติ อยารอช้า เพราะอย่างที่บอก การปฏิบัติจริงจังมาก ร่างกายท่านควรมีความพร้อมในระดับหนึ่ง เพื่อจะได้ปฏิบัติได้ดี
 
ท่านควรจะรับประทานอาหารได้ตามปกติ เพราะทางศูนย์จะต้องจัดอาหารให้กับคนจำนวนมาก เป็นเรื่องลำบากที่จะต้องมาทำอาหารพิเศษให้กับคนไม่กี่คน ทั้งๆที่จริงๆแม่ครัวเค้าก็อยากจะทำให้
แต่ท่านรู้ไม๊คะ ความต้องการของคนไม่มีที่สิ้นสุด หากแม่ครัวทำอาหารพิเศษให้ท่าน คนอื่นเห็น ก็จะเริ่มขอสิ่งพิเศษบ้าง
 
และต้องไม่หวังว่าจะมาปฏิบัติเพื่อรักษาโรคนะคะ เพราะสถานที่แห่งนี้มีเพื่อพัฒนาจิตใจ ถ้าจะหายจากโรคภัยก็เป็นผลพลอยได้เท่านั้น
 
ใครป่วยอะไรลองสมัครไปก่อนก็ได้ค่ะ เขียนรายละเอียดของโรค และยาที่รับประทานอย่างชัดเจน ทางศูนย์ฯเค้าจะได้จัดการกับท่านอย่างเหมาะสม หากทางศูนย์เห็นว่าโรคภัยท่านไม่สมควรเข้าปฏิบัติ เพราะอาจทำให้อาการกำเริบขึ้นด้วยเหตุผลบางอย่าง ทางศูนย์ก็จะโทรติดต่อท่านเพื่อปรึกษาอาการ
 
กรุณากรอกข้อมูลตามความเป็นจริงนะคะ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง
 
สาธุ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 22 มิ.ย. 2008 เวลา 20:47
ประกาศให้สุภาพสตรีทั้งหลายรับทราบนะคะ
 
แต่ละศูนย์ถึงแม้ว่าจะรับผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชาย แต่ผู้หญิงก็เต็มก่อนผู้ชายเสมอนะคะ ถ้าตั้งใจจะข้าปฏิบัติจริงๆ  รีบสมัครแต่เนิ่นๆนะคะ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 26 มิ.ย. 2008 เวลา 08:34

คุณพิณเตือนช้าไปนิดนึงนะคะ ดิฉันสมัครไปธรรมสุวรรณาปลายเดือนกันยา เต็มแล้วค่ะ แต่เค้าก็ให้สมัครรอคิวไว้

ไม่รู้จะได้รึเปล่า คิวยาวด้วย แต่ก็ลองดูค่ะ เผื่อมีบุญ เพราะหาโอกาสไปอบรมยากมาก ต้องดูลูก ช่วงนี้พ่อเค้ามาดูให้

ดีมากไม๊คะ เห็นเพื่อนๆเค้าพูดกัน ตัวดิฉันเองก็กลัวๆอยู่ ไปคนเดียว ไม่มีเพื่อนไปด้วย



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 26 มิ.ย. 2008 เวลา 08:38
Thumbs%20Up เยี่ยมครับ ไปคนเดียว
ไปหลายคนก็ไม่มีประโยชน์ครับ เพราะต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างปฏิบัติกันไป ไม่ได้คุยกันอยู่แล้ว ดีซะอีกครับ ไม่มีคนรู้จักไปด้วย ไม่ต้องห่วงกัน
 
ขอให้คุณash-shaมีโอกาสได้เข้าเร็วๆนี้นะครับ
 
อนุโมทนาบุญล่วงหน้าด้วย
 
10 ปาก ว่า ไม่ เท่า ตา เห็น ครับ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 27 มิ.ย. 2008 เวลา 19:31

พายุไซโคลนนาร์กีสถล่มศูนย์วิปัสสนาฯ ในพม่า http://www.thaidhamma.net/index2.php?option=com_content&do_pdf=1&id=53 -   http://www.thaidhamma.net/index2.php?option=com_content&task=view&id=53&pop=1&page=0&Itemid=54 -   http://www.thaidhamma.net/index2.php?option=com_content&task=emailform&id=53&itemid=54 -  
Tuesday, 13 May 2008

เรียน ท่านผู้ปฏิบัติทุกท่าน

ดังที่ท่านทราบข่าวกันแล้วว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พายุไซโคลนได้พัดเข้าถล่มพม่า ประเทศที่พวกเราเป็นหนี้บุญคุณอย่างใหญ่หลวง เพราะได้ถนอมรักษาวิปัสสนามานานหลายศตวรรษ จนสืบต่อมาถึงพวกเราในปัจจุบัน

พวกเราหลายๆ คนอาจได้ให้ความช่วยเหลือผ่านองค์กรต่างๆ เช่น สภากาชาด ฯลฯ ที่กำลังพากันเข้าไปบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวพม่าอย่างเร่งด่วน ซึ่งนับเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง

อย่างไรก็ตาม พายุไซโคลนไม่ได้ทำลายชีวิต และทรัพย์สิน บ้านเรือนของผู้คนในพม่านับไม่ถ้วนเท่านั้น  แต่ยังได้สร้างความเสียหายอย่างมากแก่ศูนย์วิปัสสนาฯ ทั้ง 5 แห่งที่อยู่ทางภาคใต้ของพม่าด้วย  ซึ่งการบูรณะซ่อมแซมภายหลังจากนี้จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล  กว่าที่ศูนย์วิปัสสนาฯ จะสามารถฟื้นคืนกลับมาเยียวยาความทุกข์ในใจของผู้สูญเสียเหล่านี้ได้

ศูนย์ฯ ธรรมคีรีจึงเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมทุนทรัพย์ เพื่อการบูรณะศูนย์วิปัสสนาต่างๆ ในพม่าครั้งนี้  ตามคำแนะนำของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

ท่านที่ประสงค์จะมีส่วนร่วมในการบูรณะศูนย์วิปัสสนาที่ประเทศพม่าครั้งนี้

 1. สามารถติดต่อแจ้งความจำนงที่ผู้จัดการหลักสูตร
 2. สามารถโอนเงินผ่านบัญชีไปที่

ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาบางเขน บัญชีประเภทเลขที่ 161-5-17787-8  ชื่อบัญชี “มูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐาน” 

กรุณาแฟ็กซ์หลักฐานการโอนเงินไปที่ โทร. 02-993-2700  หรือ mailto:dhamma.th@gmail.com - dhamma.th@gmail.com < = =text/ minmax_bound="true"> \n  This email address is being protected from spam bots, you need Javascript enabled to view it < = =text/ minmax_bound="true"> โดยระบุชื่อ-ที่อยู่  พร้อมทั้งวัตถุประสงค์ว่า “เพื่อบูรณะซ่อมแซมศูนย์วิปัสสนาในพม่า”  เพื่อทางมูลนิธิฯ จะได้จัดส่งใบอนุโมทนาไปถึงท่าน

หมายเหตุ : ในวันที่ 28 พ.ค. นี้ จะมีศิษย์เก่าเดินทางไปปฏิบัติวิปัสสนาที่ศูนย์ฯ ธรรมคีรี ประเทศอินเดีย  โดยมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนาจะฝากเงินบริจาคก้อนแรก ผ่านไปให้ทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า เพื่อส่งมอบต่อไปในพม่าอีกครั้ง   

 3. สามารถโอนเงินโดยตรงไปที่ 

Account Name: Sayagyi U Ba Khin Memorial Trust,
  Account No. A/c 11542160342 ,
Name of the Bank: State Bank of India, Igatpuri, India
The swift code for Sayagyi U Ba Khin Memorial trust :
SBININBB528 - Branch code 01247
Beneficiary :'Sayagyi U Ba khin Memorial Trust account 11542160342' at Igatpuri Branch. State bank of India, Branch Igatpuri.

โดยสแกนหลักฐานการโอนเงิน พร้อมระบุชื่อ-ที่อยู่, จำนวนเงินที่โอน, วันที่โอนเงิน และวัตถุประสงค์ในการบริจาคส่งไปที่  mailto:info@giri.dhamma.org - info@giri.dhamma.org < = =text/ minmax_bound="true"> \n This email address is being protected from spam bots, you need Javascript enabled to view it < = =text/ minmax_bound="true">


ด้วยเมตตาธรรม
มูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานในพระสังฆราชูปถัมภ์



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 28 มิ.ย. 2008 เวลา 18:59
ขอบคุณ คุณtallyนะครับที่บอกบุญกัน อนุโมทนาบุญด้วยนะครับ ขอให้ศิษย์เก่าที่พอมีกำลัง ช่วยๆกันด้วยนะครับ เพื่อที่ศูนย์ที่พม่าได้กลับสู่สภาพปกติ และเกิดประโยชน์ต่อชาวโลกต่อๆไป


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 03 ก.ค. 2008 เวลา 23:45

โอ้ย! สมัครเข้าศูนย์ไหนๆก็เต็ม นี่สมัครล่วงหน้าตั้งเกือบเดือนนะ

กะไปเข้าช่วงวันเข้าพรรษาด้วย อยากเริ่มต้นชีวิตดีๆเต็มทั้ง5ศูนย์เลย คิวก็ยาว
 
ใครมีที่ไหนดีๆแนะนำบ้าง วัดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรมก็ได้ ถ้าได้แถวอีสานยิ่งดี เพราะข้อยเป็นคนอุดร ขอแบบปฏิบัติเข้มข้นอย่างอ.โกเอ็นก้านะ มีไม๊
 
ว่างถึงเดือนสิงหาแค่นั้น หลังจากนั้นก็ต้องเริ่มงานใหม่แล้ว ก่อนเริ่มงานอยากเจอธรรมะก่อนน่ะ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 04 ก.ค. 2008 เวลา 00:17
ใครอยากรู้ว่าอากาศศูนย์ไหนเป็นยังไงก็ลองเข้าไปเช็คดูกันนะจ๊ะ ได้เตรียมตัวเตรียมเสื้อผ้าถูก
 
http://weather.yahoo.com/regional/THXX.html - http://weather.yahoo.com/regional/THXX.html
 
ช่วงนี้รู้สึกว่าปราจีนจะร้อนที่สุด แต่ก็ไม่ร้อนนะ กำลังพอดี
 
แต่ฝนนี่รู้สึกจะตกเกือบทุกศูนย์


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 04 ก.ค. 2008 เวลา 00:57
สวัสดีค่ะคุณสวย
 
ก่อนที่กู๊ดจะเข้าปฏิบัติแนวทางอ.โกเอ็นก้ากู๊ดก็ปฏิบัติที่อื่นๆมาเยอะนะคะ ติดตามคุณแม่ไปวัดนู้นวัดนี้
จริงๆเกจิอาจารย์ประเทศไทยเรามีหลายท่านนะคะ แต่เมื่อท่านทั้งหลายจากไป คำสอนก็ค่อยๆแปลลเปลี่ยนไป เพราะผู้ที่รับการถ่ายทอดไว้ยังไม่ถึงขั้น
 
กู๊ดก็ปฏิบัติทุกวิธี ก็ชอบ มันสงบดี แต่มันก็เหมือนนิสัยลึกๆเรามันก็ไม่เปลี่ยน
 
แต่พอมาเจอแนวทางอ.โกเอ็นก้า กู๊ดเห็นชัดเลยค่ะว่านิสัยเสียๆในตัว ความวิตกกังวลจากเบื้องลึก มันค่อยๆหมดไป จากเคยยิ้มแต่หน้า แต่ในใจทุกข์ เดี๋ยวนี้ก็ยิ้มได้จากใจจริงๆ
 
คงไม่สามารถแนะนำสถานที่อื่นๆได้แล้วค่ะ แนวทางอ.โกเอ็นก้า เป็นแนวทางที่ทำให้กู๊ดเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ
 
พยายามหาเวลาเข้าให้ได้แล้วกันนะคะ 10วันสำหรับบางคนค่อนข้างยากที่จะปลีกตัวจากทางโลกไป แต่มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเลยนะคะ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 05 ก.ค. 2008 เวลา 16:52
วันนี้พี่สาวไปเข้าคอร์สสติปัฏฐานที่ ธรรมสุวรรณา
 
โทรมารายงานตัวว่าถึงศูนย์โดยสวัสดิภาพแล้ว และบอกด้วยว่า ศูนย์ขอนแก่นเค้าต่อเติมสถานที่เมื่อเดือนที่ผ่านมา สะดวกขึ้นมาก
 
งานเพิ่งเสร็จสดๆร้อนๆ เพราะห้องนอนบางห้องยังหลงเหลือกลิ่นสีอยู่เลย แต่ก็ไม่มาก
 
ส่วนถนนทางเข้าศูนย์ที่เป็นลูกรัง ตอนนี้ค่อนข้างเละ เพราะฝนที่ขอนแก่นตกไม่หยุดเลย
 
อากาศไม่ร้อนอย่างที่คิด
 
ว่าแล้วตัวเองก็อย่างจะเข้าคอร์สสติปัฏฐานบ้างซักที มีแต่คนบอกว่าดีมากๆ เข้มข้น และสงบจริง เพราะมีแต่ศิษย์เก่า ซึ่งรู้กฎระเบียบเป็นอย่างดีแล้วไปเข้า แต่ก็ว่างไม่ตรงสักที
 
ทำไมถึงไม่จัดหลักสูตรสติปัฏฐานบ่อยๆคะ ใครตอบได้


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 05 ก.ค. 2008 เวลา 17:29
เท่าที่ผมเข้าใจนะครับ ที่ไม่ได้จัดหลักสูตรสติปัฏฐานบ่อยๆ เพราะให้ความสำคัญกับหลักสูตร 10 วันมากกว่า เนื่องจากหลักสูตร 10 วันใครๆก็เข้าได้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆได้เจอธรรมะมากๆครับ
 
จริงๆหลักสูตรสติ ก็ปฏิบัติเหมือน10วันแหละครับ หลักสูตรสติฯจะเน้นอธิบายคำสอนพระพุทธองค์มากขึ้น และเวลานั่งปฏิบัติต่อเนื่องมากขึ้น ถ้าเราเข้า10วันบ่อยๆ และปฏิบัติต่อเนื่องก็ได้ประโยชน์เช่นกัน
 
ไปเข้าได้ก็ดีครับ แต่ถ้าไม่ได้ก็อย่าเสียใจ ปฏิบัติ10วันไปเรื่อยๆนั่นแหละครับ ยังไงก็ถึงจุดหมายเหมือนกัน
 
be happy


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 07 ก.ค. 2008 เวลา 18:39
แล้วเรื่องเสื้อผ้าล่ะคะ  ใส่กางเกงเลยเข่าลงมาเนี่ยได้รึป่าวคะ  พอดีต้องไปวันที่ 9 - 20 นี้น่ะค่ะ แต่ยังสงสัยอยู่ว่าสมควรมั๊ยรบกวนแนะนำค่ะ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 08 ก.ค. 2008 เวลา 09:07
เสื้อผ้านะครับ ถึงแม้จะให้ใส่สีอะไรก็ได้ แต่ก็ต้องให้สุภาพนะครับ จะเป็นกระโปรง กางเกง ผ้าถุงกางเกงนอน ได้หมดแหละครับ แต่ต้องไม่บาง ไม่รัดรูป ความยาวก็ ถึงแม้จะไม่ต้องยาวถึงตาตุ่ม แต่เวลาเรานั่งขัดสมาธิ ก็ควรต้องปิดน่องปิดหน้าแข้งล่ะครับ ได้ดูสุภาพ
ส่วนเสื้อก็แบบไหนก็ได้เช่นกัน คอไม่กว้าง ไม่ลึก มีแขน ไม่บางเกินไป ไม่รัดรูปเกินไป ไม่โป๊ ไม่เอวลอย คือจะลุก จะนั่ง จะก้ม ก็อย่าให้เห็นเนื้อเห็นหนังเรา ก็นับว่า ok แล้วครับ
 
เอาที่ใส่สบายๆนะครับ ไม่อึดอัด ได้ไม่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติเรา
 
เตรียมเผื่อร้อนเผื่อหนาวนะครับ เดี๋ยวนี้อากาศที่ไหนๆก็ไม่แน่นอน ส่วนใหญ่กลางวันร้อน กลางคืนหนาวครับ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 08 ก.ค. 2008 เวลา 16:50
จริงๆคนไทยส่วนใหญ่ก็แต่งตัวไม่ค่อยผิดระเบียบหรอกค่ะ เพราะว่ากฎระเบียบท่านอาจารย์ก็ตรงกับวัฒนธรรมไทยอยู่แล้ว คนผิดระเบียบก็มักจะเป็นวัยรุ่น หรือไม่ก็ฝรั่ง (แต่ฝรั่งที่แต่งตัวเรียบร้อยกว่าไทยก็มีนะคะ)
 
บางคนไม่เข้าใจ บอกว่าปล่อยให้ฝรั่งเค้าใส่ไปเถอะ วัฒนธรรมเค้าเป็นอย่างงั้น
 
จริงๆไม่เกี่ยวกับวัฒนธรรมใครเป็นเช่นไรนะคะ สำคัญคือ เค้ามาปฏิบัติแนวทางนี้ ก็ได้สัญญาแล้วว่าจะทำตามกฎระเบียบของแนวทางนี้ ทางศูนย์จึงรับเค้าเข้ามาปฏิบัติ
 
แล้วจริงๆท่านอาจารย์ออกกฎเรื่องเครื่องแต่งกายก็ไม่ใช่ประโยชน์แก่ใครเลย ก็ประโยชน์ของผู้ปฏิบัตินั่นแหละค่ะ
 
แค่เพียงเราคิดจะใส่ชุดที่วั๊บๆแวมๆ ก็แสดงว่าใจเราก็ไม่ได้อยู่กับการปฏิบัติแล้ว แล้วยิ่งเพื่อนผู้ปฏิบัติล่ะคะเค้าเห็นเราใส่ เค้าก็จะให้ความสนใจกับเรา แทนที่เค้าจะได้ปฏิบัติเต็มที่ ยิ่งเพศตรงข้ามยิ่งแล้วใหญ่ ...เพิ่มกิเลสอีกต่างหาก
 
ขอบคุณ คุณ tally ที่ช่วยอธิบายนะคะ ละเอียดดี ขอบคุณน้องใหม่ที่ถามประเด็นนี้ขึ้นมา งั้นก็จะมีคนเตรียมเสื้อผ้าผิดระเบียบไปอยู่เรื่อย พอไปถึงก็ลำบากตัวเอง ต้องหาผ้านั่นมาปิด ผ้านี่มาบัง
 
ถ้าน้องใหม่มีกางเกงที่เลยเข่าลงมาก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้วนะคะ ลองนั่งดูซิ สั้นไม๊ ถ้าสั้นก็หาผ้ามาคลุมตักตอนเรานั่ง เราได้ไม่กังวลด้วยค่ะ
 
ตั้งใจปฏิบัตินะคะ
 
Metta
คุณครู


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 08 ก.ค. 2008 เวลา 18:50
สำหรับคนที่จองแล้วไม่ได้นั่นเพราะทางศูนย์บอกว่าเต็ม ผมขอแนะนำว่าลอง

waiting list ไว้ก่อน ใกล้วันก็เสียบเลย อย่าเพิ่งหมดหวัง

เพราะถึงเวลาใกล้ๆๆวันนั้นอาจจะมีคน ไม่ไปนะครับ
 
เราก็สามารถไปแทนที่เค้าได้ ลองคุยกับทางศูนย์ดูครับ
 
โชคดีครับ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 10 ก.ค. 2008 เวลา 22:52
ใช่ค่ะ คุณครับ
 
เข้าคิวไว้ก่อน อย่าเพิ่งหมดหวัง ถึงเต็มก็ใช่ว่าจะไม่มีสิทธิ์
บางคนเค้าอาจเกิดเหตุฉุกเฉิน มีธุระด่วน หรือเจ็บป่วย ไปเข้าไปได้
ทางศูนย์ก็จะโทรตามเราเอง
เราก็เตรียมตัวเผื่อไว้แล้วกัน เผื่อได้รับการแจ้งกระทันหัน
 
บางคนไปรอที่ศูนย์เลย แต่อันนี้ต้องเผื่อใจหน่อยนะคะ ถ้าเต็มเราก็อดเข้า หรือบางทีมีที่ว่าง แต่ทางศูนย์เค้ามีเหตุผลที่ไม่พร้อมจะรับเรา เค้าก็ให้เรากลับ อันนี้ก็เป็นศิษย์ของเค้า เพราะเราไปแบบยังไม่ได้รับการตอบรับ
 
ลองดูค่ะ ขอให้ทุกคนที่ตั้งใจ ได้เจอธรรมะนะคะ
 


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 10 ก.ค. 2008 เวลา 23:24
ศูนย์วิปัสสนา ธรรมสุวรรณา (ของท่านโกเอ็นก้า) ที่อยู่ขอนแก่นไปยังไงคะ ถ้าขับรถไปเองค่ะ?
 หนูอยู่ภูเรือจังหวัดเลยค่ะ คุณแม่แนะนำให้ไปอบรมที่นั่น
แต่หนูอยากเห็นสถานที่ก่อนสมัครค่ะ
 
ขอถามอีกข้อค่ะ
- กลัวผีมากค่ะ มีคนที่กลัวผีไปเข้าบ้างไม๊คะ แล้วเค้าอยู่ได้ไม๊คะ เงียบมากรึเปล่า?
 


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 13 ก.ค. 2008 เวลา 12:29

คุณฟ้าฝนคะ

จากภูเรือมาธรรมสุวรรณานะคะ ตามทางหลักเลยค่ะ
จากภูเรือ มาอ.เมืองเลย ผ่านวังสะพุง ถึงถนนมะลิวัลย์ (ทางหลวงหมายเลข12) เลี้ยวซ้ายไปขอนแก่น
ผ่านอ.ชุมแพ  อ.หนองเรือ เลยตัวอ.หนองเรือไปประมาณ15กม. ถึงบ้านดอนโมง เลยไปอีก1กม.
มีป้ายธรรมสุวรรณา เป็นป้ายทางหลวง เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปอีก3กม.ค่ะ ก็จะเจอศูนย์
 
ทางเลี้ยวเข้าศูนย์จะอยู่ก่อนถึงตัวเมืองขอนแก่น31 กม.นะคะถ้ามาจากทางชุมแพ
ถ้าคุณไปถึงเมืองขอนแก่นก็แสดงว่าเลยแล้วค่ะ
 
เข้าไปดูแผนที่ใน web ก็ได้นะคะ http://www.thai.dhamma.org - www.thai.dhamma.org


โพสต์โดย: เพียงฝัน
วันที่โพสต์: 14 ก.ค. 2008 เวลา 17:28
Star   Star   Star


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 20 ก.ค. 2008 เวลา 11:35
ใครได้ดูรายการเจาะใจ ตอนที่คุณเหมียว วรัตดา ภัทโรดม มาเป็นแขกรับเชิญในรายการบ้างคะ คุณเหมียวพูดถึงประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรมของคุณเหมียว ลองเข้าไปดูนะคะ
 
http://johjai.manytv.com/videos/2156-_1_17_2551_.php - http://johjai.manytv.com/videos/2156-_1_17_2551_.php
http://johjai.manytv.com/videos/2172-_2_24_.php - http://johjai.manytv.com/videos/2172-_2_24_.php


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 31 ก.ค. 2008 เวลา 21:51
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่เข้ามาโพลต์ในกระทู้นี้ด้วยค่ะ เพราะเป็นแรงบันดาลใจให้หนูได้ตัดสินใจไปเข้าปฏิบัติ
หนูไปเข้าที่ธรรมอาภามาค่ะ ดีมากๆเลย การปฏิบัติยากสุดๆแต่ก็ได้ประโยชน์สุดๆเช่นกัน ดีใจมากๆเลยค่ะที่ได้รับโอกาสให้เข้าอบรม วันเมตตานี่ทำให้หนูซึ้งมากเลยค่ะ น้ำตาไหลพรากเลย นึกขอบพระคุณท่านอาจารย์โกเอ็นก้าอย่างหาที่สุดไม่ได้เลย ถ้าไม่มีท่าน หนูคงไม่ได้รู้จักธรรมะ ชีวิตหนูคงงจะวุ่นวาย หนูคงไม่ได้กลับมากราบเท้าบุพการีหนูอีกแล้ว
ก่อนหน้านี้หนูทะเลาะกับคุณพ่อคุณแม่อย่างรุนแรง แต่ธรรมะสอนให้หนูรู้ว่าเราทุกข์เพราะตัวเราเอง ไม่ใช่เพราะคนอื่น เราต้องแก้ที่ตัวเรา และไม่ใช่แก้ที่ความคิดแค่นั้น ต้องปฏิบัติจริงๆ เราถึงจะมีความสุขจริงๆ
ขอบคุณทุกคนที่ธรรมอาภาค่ะ ที่ดูแลเอาใจใส่หนูและผู้ปฏิบัติทุกคนป็นอย่างดี หนูสัญญาว่าจะกลับไปรับใช้ธรรมะที่นั่นอีก
StarSleepyStar


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 31 ก.ค. 2008 เวลา 22:15
กำลังจะมีศูนย์ใหม่ที่ลำพูน ชื่อศูนย์ธรรมสีมันตะ คาดว่าจะเปิดให้เข้าอบรมได้ประมาณกลางปีหน้า
ที่นั่นอากาศดีมาก ไม่ร้อน อุณหภูมิทั่วไปพอๆกับขอนแก่นเลย แต่จะอยู่ใกล้ภูเขามากกว่า
เดี๋ยวศูนย์เปิดเมื่อไหร่จะมาประชาสัมพันธ์ใหม่นะคะ
หรือคอยเช็คในเว็บก็ได้ http://www.thai.dhamma.org/ - www.thai.dhamma.org
มีตารางการอบรมเมื่อไหร่ก็แสดงว่าสมัครได้เลยค่ะ


โพสต์โดย: maya123
วันที่โพสต์: 06 ส.ค. 2008 เวลา 12:24
แล้วปัจจัยในการไปวิปัสสนาเท่าไรหรอครับ นอกจากค่ารถ  แล่วการจองคิว ใช้เวลานานมั้ยครับ  


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 09 ส.ค. 2008 เวลา 14:36
นอกจากค่าเดินทางแล้ว ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นค่ะ ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการอบรม
เมื่อท่านอบรมครบ10วันแล้ว หากท่านรู้สึกศรัทธาและเห็นประโยชน์ และต้องการบริจาคให้เป็นค่าอบรมสำหรับคนอื่นๆต่อไป ท่านก็สามารถบริจาคได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมากน้อยเพียงใด หรือหากท่านไม่ปรารถนาจะบริจาค ก็จะไม่มีใครมาเรียกร้องจากท่านค่ะ
 
การจองคิว ถ้าเป็นช่วงปิดเทอมหรือมีวันหยุดเยอะๆก็ควรจองล่วงหน้าประมาณ2-3เดือน แต่ถ้าไม่ใช้ช่วงนั้นก็ซัก2-3สัปดาห์ก็ได้ค่ะ ท่านสามารถโทรไปเช็คที่ศูนย์ต่างๆได้ว่าเต็มรึยัง ยังสมัครได้อยู่หรือไม่


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 10 ส.ค. 2008 เวลา 05:04
ว้าวววววววววววววว

แบบว่า ได้ดู เจาะใจของคุณ เหมียว อ่ะครับ

ห้าห้า ก็เลยลองเสิซ หาดู มาเจอ เว๊บนี้

อ่านตั้งแต่หน้าแรก มาเลยครับ หุหุ

อ่านแล้วอยากลองไปดู มาก ๆ เลยอ่ะครับ ใจเต้นตึก ๆ แบบว่าเหมือนเจออะไรที่น่าเข้าหา

จะรีบ จองลองไปดูเลยครับ

ขอบคุณ ทุกท่านมากครับที่ โพส ทุกความเห็น ทำให้คนอื่นได้มาอ่านอีก

ขอบคุณมากครับ

เดียวถ้าไปแล้วกลับมา เป็นไง จะมาบอก บ้างน่ะครับ

ขอบคุณครับ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 10 ส.ค. 2008 เวลา 20:29
พี่คะ ถ้าอยู่ไม่ไหวล่ะคะ
เคยมีคนอยู่ไม่จบแล้วออกก่อนไหมคะ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 10 ส.ค. 2008 เวลา 20:54
ไม่ได้เข้ามาแวะดูกระทู้นี้มานาน
พอกลับมาดีใจครับที่มีคนสนใจเข้ามาอ่านมาก
 
น้อง canse ครับ ...
คนที่อยู่ไม่จบการอบรมเคยมีครับ มี2ประเภท คือ1.ขอออกเอง และ2.ทำผิดระเบียบ อาจารย์จึงให้ออก
ข้อ2ไม่ต้องสนใจครับ เพราะถ้าเราอยู่ในกฎระเบียบได้ อาจารย์ก็จะไม่ให้เราออก และเราก็จะด้รับประโยชน์จากการปฏิบัติไม่มากก็น้อย
ส่วนข้อ1.ขอออกเอง เหตุผลหลักๆก็คือใจไม่สู้ครับ น่าเสียดายมากนะครับ กว่าจะหาโอกาสหาเวลาเข้าได้ แต่พอมาได้ก็ไม่อดทน
ถ้าใจเราสู้นะครับ เราจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปได้ คิดแค่ว่าคนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้ แค่นั้นแหละครับ ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย ต้องพยายามครับ และจะรู้ว่า10วันคุ้มค่าแค่ไหน
ไม่ต้องพูดถึงธรรมะที่จะได้รับนะครับ แค่ลองถามตัวเองว่า เราจะหาโอกาส10วันได้พักผ่อนกาย ได้ทานอาหารที่สะอาด บริสุทธิ์ ไม่มีเนื้อสัตว์ ได้พักผ่อนจิต ไม่ต้องพูดคุยกับใคร ไม่มีการโกหก ถกเถียง หรือมุสาใดๆ ได้หลับนอนพักผ่อนอย่ามีระบบ ตารางเวลาถูกต้องตามหลักสุขศึกษา ไม่มีโอกาสได้ทำบาปใดๆ
แค่นี้ก็สุดยอดแล้วครับ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 10 ส.ค. 2008 เวลา 21:25

ขออนุโททนาบุญกับคุณ หะหมี ล่วงหน้านะคะ ... รับรองค่ะ ถ้าไปด้วยใจที่ตั้งมั่น จะต้องได้รับประโยชน์ติดตัวกลับมาบ้างแน่ๆ

ไปศูนย์ไหนก็ได้นะคะ มีการจัดการ มีระเบียบเหมือนกัน อาจจะมีสถานที่/อาคารที่ทำให้รู้สึกว่าความเป็นอยู่ความสะดวกสบายมากน้อยต่างกัน แต่"แก่นแท้"ของการปฏิบัติคือคำสอนของอ.โกเอ็นก้าเหมือนกันทั่วโลกค่ะ
Star  Sleepy  Star  Thumbs%20Up  Star


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 10 ส.ค. 2008 เวลา 22:35

มีคนเคยถามว่าถ้าเป็นโรคกลัวผีจะเข้าอบรมได้ไหม

ก็ต้องถามก่อนว่า อยากจะหายกลัวผีหรือไม่???  เพราะการที่เรามาเข้าปฏิบัติ เรามาเพื่อพัฒนาจิตใจเรา มาลดกิเลส มาขจัดความโกรธ ขจัดความกลัว ความระแวง ความเขลา ความโลภ ความหลงผิด
ดังนั้น ก็ต้องบอกว่า ถ้าคุณกลัวผี เมื่อคุณมาเข้าปฏิบัติคุณก็คงต้องประสพกับความกลัว แต่หากคุณตั้งใจฟังคำสอนและปฏิบัติตาม ความกลัวของคุณก็จะค่อยๆลดลง จะเร็วจะช้าก็อยู่ที่ว่าคุณมีความกลัวเป็นทุนเดิมมากแค่ไหน และคุณปฏิบัติอย่างจริงจังแค่ไหน
บางคนก็ต้องใช้เวลาเป็นปี เป็นเดือน หรือบางคนเข้า10วัน ออกมาก็หายกลัวเลย ก็ขึ้นอยู่กับบุคคลค่ะ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 13 ส.ค. 2008 เวลา 21:50

การอบรมหลักสูตรระยะยาวคืออะไรคร้าบ 10วันยังไม่ยาวอีกเหรอคร้าบ

แล้วใครที่เข้าหลักสูตรระยะยาวได้บ้างคร้าบ???


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 14 ส.ค. 2008 เวลา 19:31
การเข้ารับการอบรมหลักสูตรระยะยาว


หลักสูตร 20 วัน ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ที่มั่นคงอยู่ในแนวทางการปฏิบัติวิธีนี้เพียงวิธีเดียว โดยได้ผ่านหลักสูตร 10 วันเต็มมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง หลักสูตรสติปัฏฐานอย่างน้อย 1 ครั้ง รวมทั้งเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นธรรม-บริกรในหลักสูตร 10 วันเต็มอย่างน้อย 1 ครั้ง และปฏิบัติด้วยตนเองเช้า-เย็นเป็นประจำ พร้อมทั้งถือศีลห้ามาไม่ต่ำกว่า 2 ปี

 

หลักสูตร 30 วัน ผู้สมัครจะต้องผ่านการอบรมในหลักสูตร 20 วันมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้งและคั่นด้วยหลักสูตร 10 วันก่อน 1 ครั้ง โดยยังคงปฏิบัติด้วยตนเองเช้า-เย็นเป็นประจำ รวมทั้งรักษาศีลห้าในชีวิตประจำวัน ผู้มีคุณสมบัติดังกล่าวครบถ้วนที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการอบรมในหลักสูตรนี้ สามารถกรอก  ใบสมัครสำหรับหลักสูตรระยะยาว โดยเฉพาะ ส่งถึงผู้ช่วยอาจารย์ซึ่งรู้จักท่านดี หรือส่งถึงผู้ช่วยอาจารย์ซึ่งรู้จักท่านดี หรือส่งไปให้ผู้ช่วยอาจารย์ที่ท่านเคยอบรมหลักสูตรพื้นฐานด้วยอย่างน้อย 2 ครั้ง

 

หลักสูตร 45 วัน ผู้สมัครจะต้องผ่านหลักสูตร 30 วันอย่างน้อย 2 ครั้ง และคั่นด้วยหลักสูตร 10 วันก่อน 1 ครั้ง โดยมั่นคงอยู่ในแนวทางการปฏิบัตินี้เพียงวิธีเดียวไม่ต่ำกว่า 3 ปี  รวมทั้งปฏิบัติด้วยตนเองเช้า-เย็นเป็นประจำ และรักษาศีลห้าในชีวิตประจำวัน



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 14 ส.ค. 2008 เวลา 19:40
ไปเข้าปฏิบัติคอร์สยาวมา2ครั้งแล้วครับ ที่ธรรมกมลา ปราจีนบุรี และธรรมอาภา พิษณุโลก
ดีมากเลยครับ ใครที่ยังไม่มีโอกาสหรือเวลาเข้าหลักสูตรระยะยาวได้ก็อย่าเสียใจ ปฏิบัติ10วันไปเรื่อยๆครับ ปฏิบัติแบบเดียวกันกับคอร์ส10วัน ถึงจุดหมายเหมือนกัน เพียงแต่เรามีเวลาปฏิบัติต่อเนื่องขึ้นกว่าปกติ
ดีครับ ดีมากๆ ไปปราจีนตอนหน้าหนาว อากาศดีครับช่วงนั้น ส่วนที่พิษณุโลกผมเข้าช่วงsummer ก็อบอุ่นพอสมควรครับ แต่ดีครับ เราก็ได้ฝึกอุเบกขากับความร้อน ถ้าไม่ได้เจอความทุกข์เราก็ไม่ได้ฝึกเต็มที่ครับ ต้องขอบคุณอากาศ แต่เรื่องสถานที่นี่ดีมากครับ สะดวก เดินยาวนิดหน่อยแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคครับ ดีด้วยซ้ำ ได้ออกกำลังกาย


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 14 ส.ค. 2008 เวลา 19:46
ตกลงอาจารย์สอนวิปัสสนาท่านนี้ชื่ออะไรกันแน่คะ?
โกเอ็นก้า
โกแองก้า
โกแอ็งกา
โกเอนก้า
โคเอ็นก้า
โคเอนค้า
หนูดูแต่ละคนเขียนไม่เห็นเหมือนกันเลย


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 15 ส.ค. 2008 เวลา 11:09
ภาษาอังกฤษเขียนอย่างนี้ค่ะ
Satya Narayan Goenka ย่อๆว่า S.N. Goenka
ภาษาไทยก็แล้วแต่คนจะออกเสียงค่ะ แต่ทางมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานในพระสังฆราชูปถัมภ์ ใช้คำว่า "อาจารย์ โกเอ็นก้า" ค่ะ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 18 ส.ค. 2008 เวลา 10:52

เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมได้พบบทความที่น่าสนใจมากบทความหนึ่ง ในเว็บไซท์

จึงขอโพสท์ให้ญาติธรรมทั้งหลายได้อ่านกันครับ
http://www.mongkoldham.com/article.asp?p=4 -  
เมื่อเข้าเว็บนี้แล้ว เลือกตอนที่ 425 ได้อะไรในการไปวิปัสสนา (ตอนที่2) นะครับ
 
http://www.mongkoldham.com/text/sanRMC_425.pdf - ได้อะไรในการไปวิปัสสนา (ตอนที่ 2)
 
http://www.mongkoldham.com/text/sanRMC_424.pdf - ได้อะไรในการไปวิปัสสนา (ตอนที่ 1)
 
 


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 18 ส.ค. 2008 เวลา 22:29

ปิดเทอมนี้ไปวิปัสสนากัน เถอะ

เป็นวิธีพักผ่อนที่ดีอีกวิธีหนึ่ง
 
บางคนอาจจะคิกว่าตั้งสิบวันแหนะ นานจัง
แต่ต้องลองไปเข้ารับการปฏิบัติดู แล้วจะรู้ว่า แต่ละวันนั้นก็จะค่อยๆผ่านไป
และแล้วในที่สุดก็จะครบสิบวันเอง -.- Thumbs%20Up


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 18 ส.ค. 2008 เวลา 22:32
ใครที่ยังไม่ได้สมัคร
 
 
ต้องสมัครล่วงหน้า
 
มิฉะนั้นคุณอาจจะสมัครไม่ทันก็ได้
 
เพราะ แต่ละคอรส์นั้นมีผู้ที่ต้องการจะเข้ารับการอบรมกันอย่างมากคร๊าบ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 20 ส.ค. 2008 เวลา 11:25
 
ดีใจมากLOL ๆ ค่ะ ที่ทางรายการ ชีวิต..ไม่สิ้นหวัง ซึ่งเป็นรายการธรรมะทางช่อง 3 ออกอากาศวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 04.30-04.45 น. ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศอินเดีย เพื่อไปถ่ายทำเกี่ยวกับสถานที่ปฏิบัติธรรมของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า และไปสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ที่จะนำมาออกอากาศให้ผู้ชมชาวไทยได้ชมค่ะ..ที่สำคัญ เป็นบุญจริง ๆ Star  ที่ทางรายการ และคณะได้มีโอกาสได้เข้าพบอาจารย์โกเอ็นก้า และได้สัมภาษณ์อาจารย์มาด้วย อย่าลืมติดตามชมกันนะค่ะ...มีเรื่องราว และสถานที่ที่น่าสนใจมากมายนำมาฝากด้วยค่ะClap
 
Big%20smile มีกำหนดจะออกอากาศตอนแรก เสาร์-อาทิตย์ ที่ 30-31 ส.ค 2551 ค่ะ....
เลยรีบมาบอกกล่าวให้ได้รับทราบกันค่ะ...ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร/โทรสาร 02-510-9220 หรือ อีเมล์ teamspirit_edu@yahoo.comSmile


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 20 ส.ค. 2008 เวลา 13:46
ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ จะตั้งหน้า ตั้งตา ตั้งใจ รอดูรายการ ชีวิต..ไม่สิ้นหวัง วันเสาร์-อาทิตย์ ที่30-31 สิงหาคม เวลา 4.30-4.45 น. นะคะ
ช่วงเช้าๆนี้รายการดีๆเยอะนะคะ แต่เวลาสั้นจังเลย
เมื่อประมาณหลายเดือนก่อน ก็ได้ดูรายการ"ธรรมในใจ" ที่มีผู้ปฏิบัติวิปัสสนาแนวทางอ.โกเอ็นก้าท่านหนึ่ง ชื่อ อ.อิทธิพร ธงอินเนตร มาเป็นแขกรับเชิญ
ท่านพูดดีมาก แต่แหม..รายการสั้นจังเลย ยังฟังไม่จุใจเลย
ขอขอบคุณทุกรายการที่นำสิ่งดีๆมาเสนอ เพื่อเป็นธรรมทานให้กับผู้ชมทางบ้านนะคะ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 21 ส.ค. 2008 เวลา 20:29
อยากทราบว่าค่าตั๋วเครื่องบินจากดอนเมืองมาขอนแก่นเท่าไหร่คะ


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 23 ส.ค. 2008 เวลา 11:01
ไปศูนย์ฯธรรมสุวรรณามาค่ะ เลยเก็บภาพมาฝาก
ทางเข้าศูนย์เจอฝนกระหน่ำ ก็เละเทะพอสมควร แต่ก็ขับรถไปได้
พอเข้าศูนย์ ที่ศูนย์อากาศดีมากๆ มีลมพัดโกรกเป็นระยะๆ ร่มรื่น
บรรยากาศสงบและเป็นกันเองมากค่ะ


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 23 ส.ค. 2008 เวลา 12:18

อยากเห็นภาพจังเลยค่ะ แย่หน่อยคอมคงไม่ค่อยดี ภาพไม่ยอมขึ้นเลย อยากเห็นว่าตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างไรบ้างแล้ว



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 23 ส.ค. 2008 เวลา 12:57
มาตอบเรื่องตั๋วเครื่องบินให้ค่ะ ถ้ามาที่ขอนแก่นก็มีแค่ของสายการบินไทยเท่านั้น
 
ตอนนี้ราคาค่าตั๋วค่อนข้างหลากหลายประเภทมากๆ จากที่ศึกษามาก็ได้คร่าวๆดังนี้ค่ะ
 
1.แบบHot Deal คือสำหรับคนที่แน่ใจมากๆว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล วันเดินทาง หรือว่าที่หมายเลย เพราะเค้าไม่อนุญาตให้เปลี่ยนเด็ดขาด ราคาก็ 1,265 บาท
 
2. แบบ Saver คือ สามารถเปลี่ยนเที่ยวบินและวันเดินทางได้ 1 ครั้ง โดยคิดค่าธรรมเนียม 500 บาท  ราคาก็ 1,495 บาท
 
3. แบบ Flex Saver คือ อนุญาตให้เปลี่ยนเที่ยวบิน วันเดินทาง รวมทั้งเส้นทางบินได้ และถ้าถึงวันเดินทางไม่เดินทางตามวันที่สำรองที่นั่ง เสียค่าปรับ 30% ของราคาบัตรโดยสารปกติ  ไม่อนุญาตให้ขอคืนเงินหลังจากออกบัตรโดยสารแล้ว  ราคาก็ 1,840  บาท
 
4. แบบ Flex saver plus คืออนุญาตให้เปลี่ยนเที่ยวบิน วันเดินทาง รวมทั้งเส้นทางบินได้ ถ้าอยากคืนบัตร จะเสีย ค่าธรรมเนียม 500 บาท แต่ต้องเป็นบัตรโดยสารที่ยังไม่ได้ใช้ทั้งฉบับ ราคาก็ 2,070 บาท
 
แต่จากราคาทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จะต้องมีการบวก 1,005 บาท ค่าภาษีเข้าไปด้วยนะครับ ทุกรายการเลย
 
ออกจะงงๆหน่อยนะคะ แต่สำหรับใครที่คิดว่าต้องมาธรรมสุวรรณาให้ได้ หรือแน่ๆเลย ก็ไม่ต้องงงเลยค่ะ ก็เลือกเอาแบบแรกเลย แบบ Hot Deal  แบบที่ไม่มีการเปลี่ยนใจอีกแล้ว
 
แล้วเจอกันที่ธรรมสุวรรณานะคะ 


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 23 ส.ค. 2008 เวลา 22:39
ศูนย์ "ธรรมสุวรรณา" จ.ขอนแก่น ค่ะ
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">
 
http://imagehost.compgamer.com">


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 25 ส.ค. 2008 เวลา 11:32
น่าไปจัง .. ส่งคุณแม่ไปทดลองก่อนดีกว่า บุญเรายังน้อย มีร้าน Mini Mart ต้องอยู่เฝ้า
 
Big%20smile


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 25 ส.ค. 2008 เวลา 11:45

โอวาทของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

            ความสำคัญของการที่ได้เคยผ่านหลักสูตร 10 วันในศูนย์ปฏิบัติมาแล้ว
อยู่ที่การนำธรรมะไปใช้ในชีวิตประจำวัน  ขณะที่ท่านอยู่ในหลักสูตร
การปฏิบัติวิปัสสนา  ท่านรู้ว่าตัวเองจะต้องวางเฉยต่อเวทนาทุกชนิด
ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว  แต่เมื่อท่านได้ออกไปสู่โลกภายนอก
 กลับมีปฏิกิริยาตอบโต้ใครต่อใครด้วยความโกรธ    ความเกลียด
นั่นย่อมเท่ากับว่าท่านไม่ได้นำธรรมะไปใช้ในชีวิตประจำวันเลย

          ดังนั้นการที่ท่านมาให้บริการเป็นเวลา 10 วัน
จึงหมายถึงว่าท่านกำลังได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่จะนำธรรมะ
ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน  ยิ่งท่านให้บริการธรรมมากเท่าไร
ท่านก็จะยิ่งได้รับพลังจากธรรมะมากขึ้นเท่านั้น
ซึ่งจะยิ่งทำให้ท่านสามารถจัดการกับโลกภายนอกได้ดียิ่งขึ้น
เพราะในระหว่างที่หลักสูตรกำลังดำเนินอยู่นั้น
จะต้องมีผู้ปฏิบัติคนใดคนหนึ่งประพฤติตนไม่ถูกต้อง
เขาอาจจะแสดงความโกรธหรืออะไรก็ตามใส่ท่าน
และท่านก็จะได้ฝึกไม่ตอบโต้ด้วยความโกรธ  ความไม่พอใจ

จงรักษาความสงบแห่งจิตเอาไว้  และแผ่เมตตา

(คัดมาจากจุลสารวิปัสสนา ปี 51 ฉ. 2)



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 25 ส.ค. 2008 เวลา 17:36

สถานที่เขียวขจีมากเลยนะคะ เหมือนอยู่เขาใหญ่เลย



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 26 ส.ค. 2008 เวลา 04:30

เอาบุญมาฝากค่ะ

เพิ่งกลับจากไปนั่งวิปัสสนาที่ศูนย์ธรรมกมลา จ.ปราจีนบุรี ของท่านโกเอ็นก้ามาค่ะ
เป็นหลักสูตรวิปัสสนา 10 วัน ถ้านับวันเดินทางด้วยก็ 12 วัน (19-30 กันยายน) เริ่มตอนเย็นวันแรก และสิ้นสุดในตอนเช้าของวันสุดท้าย
อยากบอกเล่าไว้นิดนึง เผื่อผู้ปฎิบัติใหม่สนใจจะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจค่ะ

ถ้าเป็นผู้ปฎิบัติใหม่ต้องเริ่มที่
course 10 วันก่อนค่ะ ไม่มีสั้นกว่านี้
ศูนย์อยู่ที่ ปราจีนบุรี พิษณุโลก ขอนแก่น กาญจนบุรี และกรุงเทพ
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เมื่อจบหลักสูตรแล้วจึงจะสามารถบริจาคได้ตามความสมัครใจค่ะ (ที่ธรรมกมลารับเครดิตการ์ดด้วย)

สำหรับเราเลือกไปที่ปราจีนบุรี ชื่อศูนย์ธรรมกมลาค่ะ
การเดินทางจะเดินทางไปเอง หรือจะไปขึ้นรถบัสของศูนย์ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขนก็ได้  ต้องแจ้งล่วงหน้านะคะ เสียค่าใช้จ่าย 125 บาทต่อเที่ยว ถ้าเลือกได้ให้นั่งทางซ้ายด้านหน้านะคะ จะได้ไม่เมารถ

รถจะออกจากวัดเวลาบ่ายโมงวันแรกของหลักสูตร (19 กันยา) ต้องทานข้าวกลางวันไปก่อนนะคะ เพราะจะไปถึงศูนย์สามถึงสี่โมงเย็นโน่นแน่ะค่ะ พอเข้าวัดพระศรีฯ จะมีลานจอดรถอยู่ทางขวามือ รถบัสจะมาประมาณเที่ยงครึ่งจอดอยู่ตรงทางออกวัด ใกล้ๆ ลานจอดรถค่ะ เอาหมวกไปด้วยก็ดีนะคะ เพราะระหว่างรอแดดร้อนมากและไม่มีที่ร่มให้หลบแดดด้วย วันกลับ (30 กันยา) รถจะออกแปดโมงเช้าหลังทานข้าวเช้าแล้ว กลับถึงวัดพระศรีฯ ประมาณสิบโมงครึ่ง

ที่นี่จะเป็นการปฏิบัติแนวเวทนานุปัสสนา โดยท่านโกเอ็นก้าซึ่งได้รับถ่ายทอดจากท่านอาจารย์อูบาขิ่น วิปัสสนาจารย์ที่มีชื่อเสียงชาวพม่า สอนโดยเทปธรรมบรรยายภาษาอังกฤษของท่านโกเอ็นก้าและมีคำสอนภาษาไทยกำกับ มีผู้ช่วยสอนเป็นอาจารย์คนไทย

สามวันแรกและวันที่สี่ตอนเช้าจะเป็นการสอนอานาปานสติ วันที่สี่ตอนบ่ายจนถึงวันที่สิบเป็นการสอนวิปัสสนา โดยจะให้รับรู้เวทนาในกาย ไม่ว่าจะเป็นทุกขเวทนาหรือสุขเวทนา แล้วให้มีอุเบกขาโดยการพิจารณาอนิจจัง เพื่อระงับสังขารใหม่ และเป็นการขจัดสังขารเก่า ที่ต้องให้รับรู้เวทนาระหว่างพิจารณาอนิจจังนี้ เพื่อให้กิเลสที่อยู่ภายในจิตใต้สำนึกถูกขจัดออกไปด้วย มิใช่แต่กิเลสที่อยู่ในระดับจิตสำนึกเท่านั้น

ตารางปฏิบัติคร่าวๆ คือตื่นตีสี่จากนั้นก็จะปฏิบัติไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาเข้านอนประมาณสามทุ่มครึ่ง จะมีเวลาพักให้พอดีสำหรับอาบน้ำ กินข้าว จัดการธุระส่วนตัว เท่านั้น และห้ามพูดคุยตลอดการเข้าฝึก เพราะที่นี่จะเน้นเรื่องการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและการรักษาความเงียบ

ผู้ปฏิบัติเก่าจะต้องรักษาศีลแปด และผู้ปฏิบัติใหม่รักษาศีลห้า และไม่มีอาหารเย็นให้รับประทาน มีเพียงน้ำปานะและขนมปัง ผลไม้ เท่านั้น แต่ถ้าใครไม่สามารถจริงๆ ก็สามารถแจ้งล่วงหน้าให้ทางศูนย์เตรียมอาหารเย็นไว้ให้ได้ อาหารที่นี่ รสชาติใช้ได้ทีเดียวนะคะ ไม่ต้องเป็นกังวัลมาก

ใครที่ไม่สามารถนั่งบนพื้นได้จริงๆ เช่น ผู้สูงอายุ ต้องแจ้งทางศูนย์ให้เตรียมเก้าอี้ไว้ให้นั่งปฎิบัติด้วย อ้อ...ที่นี่ไม่อนุญาตให้ออกกำลังกาย เช่น วิ่ง หรือโยคะ แต่สามารถเดินไปเดินมาเวลาพัก หรือดัดตัวเล็กๆ น้อยๆ ได้ ทางที่ดีควรจะหัดนั่งขัดสมาธิก่อนไปวันละสองถึงสามชั่วโมง โดยพยายามเปลี่ยนท่าให้น้อยที่สุดจะช่วยได้มาก นั่งหลังตรง และไม่ควรนั่งพับเพียบนะคะ เพราะกระดูกสันหลังจะคด นั่งนานๆ แล้วจะปวดหลังมากกกกกกกกกก...เราลองมาแล้ว!!!

เวลาพักให้พยายามออกมาเดินเล่น ยืดเส้นยืดสาย และทำใจให้สบายๆ หรือถ้าพอมีเวลาว่างก็ทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ (ไม่ต้องมากนะ) ทั้งของส่วนตัวและของส่วนรวม จะส่งผลดีต่อร่างกายและการปฏิบัติค่ะ
 
นั่งขัดสมาธิโดยจัดท่าให้ร่างกายสมมาตรที่สุด บ่าให้เท่ากัน คอ หลัง อย่าเอียง ถ่ายน้ำหนักให้เท่ากัน นึกถึงเวลาไปถ่ายรูปติดบัตรนะคะ ที่ช่างภาพจะจัดท่าทางเราหน่ะ ให้ระวังตรงตาตุ่มอย่าให้โดนกระดูกส่วนอื่น จะได้ไม่ปวดมาก


ห้องนอนเป็นห้องเดี่ยว อยู่ในเรือนเดียวกัน แต่ใช้ห้องน้ำรวม กิจกรรมทุกอย่างจะแยกหญิงชายหมด แต่จะปฎิบัติพร้อมกัน สถานที่แม้ว่าจะค่อนข้างเก่าแต่ก็สะอาดและเป็นระเบียบค่ะ

เวลาเข้านอนให้ลองนอนปฏิบัตินะคะ จะทำให้หลับง่ายขึ้น แต่ช่วงเวลาปฏิบัติอย่านอน เพราะอาจหลับได้โดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วย คือ นาฬิกา ถุงเท้า (เอาไปสัก 2-3 คู่ ไว้เปลี่ยนซัก ตาก มิฉะนั้นจะเหม็นมาก!!! เราเตือนท่านแล้ว ต้องอาบน้ำทุกวัน มิฉะนั้นท่านจะมีกลิ่นตัวมาเยือนเป็นที่รบกวนต่อผู้ปฏิบัติรายอื่นๆ!!! หุหุหุ) ยาดม ยาหม่อง ทิชชู่ ผ้าอนามัย กรรไกรตัดเล็บ ถุงพลาสติก (ไว้ใส่ขยะ เสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักกลับบ้าน และเผื่อใส่หนังสือที่ซื้อกลับบ้านด้วย) น้ำยาซักผ้า (ที่นี่ไม่มีบริการรีดผ้า มีแต่บริการซักผ้าชิ้นละ 5 บาท (พิษณุโลก 3.5 / ขอนแก่น 4 บาท) ซึ่งควรใช้บริการเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากถ้าซักเองจะมีเวลาไม่พอ และผ้าอาจจะไม่แห้ง เพราะฝนตกบ่อยมาก และจะเป็นกังวลเวลาปฏิบัติด้วย อย่างไรก็ดี ต้องซักชุดชั้นในเอง) ใครที่ใส่คอนแทคส์ก็ควรเตรียมสำรองไปด้วย สำหรับร่มทางศูนย์จะมีให้ทุกคน และต้องติดตัวตลอด เพราะไม่รู้ว่าฝนจะมาตอนไหน สบู่ควรเอาแบบเหลวไปจะได้ไม่เลอะเทอะ หมวกอาบน้ำ ยางรัดผม ยาใส่แผลปาก

ที่นี่จะไม่อนุญาตให้ใช้มือถือ ไม่ให้อ่านหรือเขียนหนังสือ ดังนั้นต้องฝากมือถือ ปากกา กระดาษ หนังสือ ไว้ก่อนเริ่มปฏิบัติ ทางที่ดีควรฝากทั้งกระเป๋าถือ และของมีค่าทั้งหมดไว้เลย จะได้ไม่ต้องเป็นกังวล ควรเอาปากกาไปด้วย (แต่ต้องฝากไว้) เพราะวันที่ 10 เป็นต้นไป จะมีการอนุญาตให้พูดคุย และเขียนหนังสือได้ จะได้ใช้จดข้อมูลหรือคำศัพท์บางอย่างที่ต้องการได้


โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 26 ส.ค. 2008 เวลา 04:31

สิ่งที่ต้องระวังคือ

- ผู้ปฏิบัติจะต้องมีความตั้งใจจริง เพราะจะปฏิบัติหนักมากและค่อนข้างเคร่งครัด ดังนั้นไม่ควรบังคับให้ใครไปถ้าเขาไม่ต้องการ หรือไปเป็นเพื่อนใคร เพราะจะทำให้เครียดได้ การปฏิบัติแม้ว่าจะหนักแต่ควรทำใจให้สบายๆ จะได้ผลดีมากกว่า ทุกอย่างอยู่ที่ใจนะคะ
- ก่อนเริ่มปฏิบัติให้กราบพระรัตนตรัย และระลึกถึงพระคุณพ่อแม่ ครูอาจารย์
- เวลากินก็ไม่ควรกินจนอิ่มเกินไป จะทำให้ง่วงนอนง่ายและไม่สบายท้อง
- อีกอย่างที่สำคัญมากคือ ควรระลึกเสมอว่าเราปฏิบัติเพื่อขจัดอัตตา หากมัวแต่ยึดติดกับสุขเวทนาโดยไม่มีอุเบกขา เราจะไม่ได้อะไรเลย ในทางตรงกันข้ามจะเป็นการเพิ่มพูนอัตตาและกิเลส ซึ่งจะยิ่งเป็นอันตรายเข้าไปใหญ่!!!
- เวลาสงสัยอะไรควรสอบถามกับอาจารย์ผู้ช่วยสอนโดยตรง อย่าสอบถามจากผู้ปฏิบัติรายอื่นในวันสุดท้าย
- แม้ว่าจะไม่ได้นั่งปฏิบัติแล้ว ให้พยายามมีอุเบกขาตลอดเวลา มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

สำหรับรายละเอียดอื่นๆ เข้าไปดูได้ที่ http://www.thai.dhamma.org/ - http://www.thai.dhamma.org/

อานาปานสติของที่นี่ดีทีเดียว จิตเรารวมเป็นสมาธิดีกว่าเมื่อก่อนมาก สำหรับวิปัสสนาเราก็พอทำได้

ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีความเจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ

 

คัดลอกมาจาก http://larndham.net/index.php?showtopic=28409 -



โพสต์โดย: ผู้มาเยือน
วันที่โพสต์: 04 ก.ย. 2008 เวลา 12:57
ส่งน้องสาวไปเข้าปฏิบัติที่ ธรรมธานี นิมิตใหม่ แล้วครับ ก็รอดูผลอยู่ว่าจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน
รีบแนะนำให้คนที่เรารักได้เข้าอบรมซะนะครับ เพราะวันพรุ่งนี้อาจจะไม่มีสำหรับบางคน
ตัวผมเองนับว่าโชคดีมากที่แนะนำให้ป๊าเข้าปฏิบัติก่อนท่านจะเป็นมะเร็ง ป๊าชอบและตั้งใจปฏิบัติมาตลอด ถึงวันนึงที่ป๊ารู้ว่าเป็นมะเร็ง ป๊าไม่ได้มีแววตาที่กังวลเลย จนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตป๊า ป๊ามีแต่ความสงบ ไม่เหมือนผู้ป่วยหลายคนที่ต้องทุรนทุรายก่อนตาย จากวันนั้น ทำให้ผมได้ประจักษ์กับสายตาตัวเองว่า "วิปัสสนา มันดีอย่างงี้นี่เอง"


โพสต์โดย: user
วันที่โพสต์: 06 ก.ย. 2008 เวลา 20:43

คืออยากขอรบกวนถามหน่อยค่ะว่า ปกติแล้วเค้ามีธรรมบรรยายแบบ Audio CD จำหน่ายรึเปล่าคะ พอดีอยากได้ไว้ฟังในรถน่ะค่ะ




พิมพ์หน้านี้ | Close Window

Bulletin Board Software by Web Wiz Forums version Dhamma - http://www.webwizforums.com
Copyright ©2001-2006 Web Wiz Guide - http://www.webwizguide.info